เลือกปธ.ฟีฟ่าอยู่สวิส!’สมยศ’ กางหลักฐานโต้พา ‘สายประสิทธิ์’ ให้ข้อมูลความเร็วรถบอส

28

‘สมยศ’ กางหลักฐานอยู่สวิตเซอร์แลนด์ โต้ข้อมูลพา ‘สายประสิทธิ์’ เข้าพบ ‘ธนสิทธิ’ ให้ข้อมูลเรื่องความเร็วรถคดี ‘บอส อยู่วิทยา’ ขณะที่ อสส.ยืนยัน มอบอำนาจ ‘เนตร นาคสุข’ ดูเรื่องร้องขอความเป็นธรรมจริง ด้าน กก.สางคดีชุด ‘วิชา’ ย้ำอย่าเพิ่งตัดสินผิด-ถูก ลุยหาข้อเท็จ ข้อจริงต่อสัปดาห์หน้า

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงาน เมื่อวันที่ 20 ส.ค. คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ที่มีนายวิชา มหาคุณเป็นประธาน ได้เชิญ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555

กระทั่งเมื่อเวลา 16.40 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังการเข้าชี้แจงว่า กรณีที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐานที่เป็นผู้คำนวณความเร็วนายวรยุทธ พาดพิงว่าตนเป็นผู้แนะนำ นายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์ประจำและหัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2559 ขอยืนยันว่า ช่วงเวลาระหว่างวันที่ 23 -28 ก.พ. 2559 ตนเดินทางไปประชุมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (ฟีฟ่า) ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จึงไม่ได้อยู่ในห้องดังกล่าวตามที่มีการกล่าวอ้าง ส่วนใครพูดอะไรไว้หรือทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบ

เมื่อถามว่ารู้จักกับ นายสายประสิทธิ์ หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตนไม่รู้จักใคร ไม่เคยรู้จักใครเลย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้

เมื่อถามต่อว่ามองอย่างไรที่มีชื่อตนเองไปอยู่ในคดีนี้ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบ เอาเป็นว่าตนไม่ได้อยู่ที่นี่ หรือไม่ได้ทำอะไรที่เป็นไปตามข่าวที่กล่าวอ้าง

“ผมไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับใครทั้งนั้น ฝากสื่อมวลชนทำให้กระจ่างในข้อเท็จจริง ที่ผ่านมาผมรอให้สังคมพิพากษาผมหรือคิดไปเองเดากันไปเอง จนกระทั่งมีวันนี้ ขอบคุณคณะกรรมการชุดนี้ที่เปิดเวทีให้ผมพิสูจน์ตัวเอง มั่นใจว่าไม่ได้เกี่ยวข้องเพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว

เมื่อถามย้ำว่า การเข้าชี้แจงในวันนี้ถือว่าจบแล้วใช่หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตนมั่นใจ เพราะตนไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ใครที่ทำอะไรไว้ ขอให้พึงระมัดระวังและต้องรับผิดชอบด้วย เพราะว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยไม่อาจปกป้องตัวเอง บางครั้งเมื่อเป็นข่าวออกไปและถูกสังคมพิพากษา ครอบครัวของตนก็ได้รับผลกระทบตรงนี้ทุกคนมองว่าตนเป็นคนไม่ดี เลวที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้

เมื่อถามว่าเหตุใดไม่รีบออกมาชี้แจงตั้งแต่แรก พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า “ผมอยากรู้จักคนว่าใครคือเพื่อนแท้ที่เข้ามาให้กำลังใจ หรือใครเป็นคนที่รอซ้ำเติมทำร้าย เพราะผมรู้ตัวเองว่าทำอะไรลงไป ส่วนที่ไม่ไปชี้แจงคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพราะมารอชี้แจงกับคณะกรรมการชุดนี้ และคิดว่ามาชี้แจงชุดเดียวก็พอ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สมยศ ได้ให้ข้อมูลการเดินทางกับสื่อมวลชน เพื่อยืนยันว่าระหว่างวันที่ 24-27 ก.พ.2559 ได้เดินทางไปเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเลือกประธานฟีฟ่า โดยได้เดินทางออกจากประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 00.35 น. และ 24 ก.พ.59 เดินทางด้วยสายการบินไทยจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังสนามบินซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยสายการบินที่ TG907 และ เวลา 06.55 น.(ตามเวลาท้องถิ่น) เดินทางถึงสนามบินซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีเวลาแตกต่างจากประเทศไทย 5 ชั่วโมง

จากนั้น วันที่ 25 ก.พ.2559 เวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ณ โรงแรมแมริออท เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ฟีฟ่า และเอเอฟซี วันที่ 26 ก.พ.2559 การเลือกตั้งประธาน FIFA (คนใหม่) ณ ฮัลเลน สตาดิโอน สนามอินดอร์สเตเดียม เมืองซูริก
ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

วันที่ 27 ก.พ.2559 เวลา 13.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ออกเดินทางจากสนามบินซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กลับประเทศไทย โดยสายการบินที่ TG 971 และวันที่ 28 ก.พ.2559 เวลา 06.10 น. (เวลาประเทศไทย) เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย

ขณะที่ นายวิชา กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่ นายวงศ์สกุลมาชี้แจงได้ยืนยันว่าการสั่งการของนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด เป็นการสั่งการโดยที่ได้รับมอบอำนาจให้เป็นผู้สั่งการคำสั่งเรื่องร้องขอความเป็นธรรม นายวงศ์สกุล บอกว่า แม้ว่า นายสมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุด จะได้รับมอบอำนาจการดำเนินการเรื่องคดีอาญาในเขตของศาลอาญากรุงเทพใต้ก็ตาม แต่ว่าการสั่งโดยนายเนตร กระทบไปถึงกรณีการสั่งไม่ฟ้องซึ่งเป็นเรื่องการสั่งในคดี เราก็ถามว่าคำสั่งของนายเนตรไม่ทับอำนาจกับนายสมศักดิ์ เพราะเขาได้รับมอบอำนาจในการสั่งคดีนี้ อสส.ชี้แจงว่าเป็นคนละเรื่องกัน เรื่องนี้ก็สำคัญเหมือนกัน เพราะกระบวนการในการสั่งร้องขอความเป็นธรรม แม้ว่าจะเป็นการสั่งอันเนื่องจากมีผู้ร้องมา แต่ปัญหาก็คือสิ่งที่ร้องมาจะต้องสั่งไปเกี่ยวพันกับคดีอย่างนี้ โดยนายเนตรมีอำนาจโดยสมบูรณ์หรือไม่ คณะกรรมการฯจึงขอร้องว่าหากเคยมีคดีลักษณะแบบนี้ ขอให้ช่วยส่งรายละเอียดคดีเหล่านั้นมาให้พิจารณาด้วย

นายวิชา กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีนายสมยศ ได้มาชี้แจงว่า ในวันที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ กล่าวอ้างว่า ได้พานายสายประสิทธิ์ มาพบในวันที่ 26 ก.พ.2559 นั้น เขาไม่ได้อยู่ประเทศไทย แต่ไปประชุมที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และได้มอบเอกสารหลักฐานให้คณะกรรมการด้วย และยอมรับว่า เขาอยู่ในคณะกรรมาธิการที่มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ก็แสดงว่า ท่านปฏิเสธไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ แต่ยอมรับว่าเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อยู่ในคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ ชุดดังกล่าว และยอมรับว่าได้มีการส่งรายงานผลการพิจารณาไปที่ อสส.ด้วย

เมื่อถามว่าถึงกรณีที่ พล.ต.อ.สมยศ และ พ.ต.อ.ธนสิทธิ ให้ข้อมูลไม่ตรงกันนั้น นายวิชา กล่าวว่า เราจะไม่พูดว่าใครผิดใครถูกจะต้องมีการตรวจสอบกันต่อไปแต่เมื่อเป็นเช่นนี้ กระบวนการรับฟังข้อเท็จจริงยังไม่สิ้นสุด เนื่องจาก พล.ต.อ.สมยศไม่ยอมรับ ตามที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ และ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผู้กำกับ (สอบสวน) สน.ทองหล่อ ให้ข้อมูลไว้ หลังจากนี้คณะกรรมการจะปรึกษาหารือกันเพื่อพิสูจน์ความจริงต่อไป สำหรับวันนี้เรียกว่าเราพบประเด็นขึ้นมาเท่านั้น

“ผมไม่รู้สึกหนักใจกับการทำหน้าที่ เพราะเราแค่ดูว่าอะไรคือข้อเท็จ อะไรคือข้อจริง ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน” นายวิชา กล่าว

เมื่อถามว่าสิ่งที่ พล.ต.อ.สมยศ ชี้แจงมีน้ำหนักหรือไม่ นายวิชา ย้ำว่า เขาเพิ่งมายื่นวันนี้ ยังไม่มีการตรวจสอบ ต้องนำไปเทียบเคียงกับข้อมูลอื่นๆ เสียก่อน

เมื่อถามว่าการที่ พล.ต.อ.สมยศ ให้ข้อมูลตรงกับตำรวจคนอื่นๆ เป็นการชี้ว่าข้อมูลของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ ไม่ถูกต้องหรือไม่ นายวิชา ตอบว่า “ยังไม่สามารถสรุปเช่นนั้นได้ เพราะเป็นเพียงการเริ่มรับฟังข้อมูลแต่ละบุคคล จะผิดหรือถูกยังไม่รู้ อย่าเพิ่งตัดสิน เพราะยังมีเวลาในช่วง 10 วันสุดท้าย”

นายวิชา กล่าวต่อไปด้วยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาคณะกรรมการได้เชิญ พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา รอง ผบ.สำนักงานส่งกำลังบำรุง ซึ่งในขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกองงานต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นผู้ติดต่อกับอินเตอร์โพล เพื่อขอให้มีการออกหมายแดงจับนายวรยุทธ และได้รับทราบว่า หลังจากที่มีการดำเนินการดังกล่าว พล.ต.อ.อภิชาติ ถูกโยกย้ายแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวหลายครั้ง และได้ไปอยู่ในสายงานที่เจ้าตัวไม่คุ้นเคย จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ไหนอีก และอยากให้สื่อมวลชนช่วยกันจับตามองการแต่งตั้งโยกย้ายที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้าด้วย

เมื่อถามถึงความชัดเจนว่า คณะกรรมการฯทราบแล้วหรือไม่ว่าใครเป็นผู้ถอนหมายแดงของนายวรยุทธ นายวิชา ตอบว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครเป็นผู้ถอน แต่ในวันจันทร์นี้ได้เชิญตำรวจกองงานต่างประเทศคนปัจจุบันมาชี้แจง รวมถึงจะเชิญตำรวจที่เชียงใหม่ มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง รวมถึงการชันสูตรพลิกศพและพยานในส่วนของตำรวจอีกหลายปากมาชี้แจงข้อมูลด้วย

นายวิชา กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้ครบรอบ 20 วัน ซึ่งจะมีการส่งรายงานฉบับที่ 2 ให้กับนายกรัฐมนตรีรับทราบผลการดำเนินการ และครั้งหน้าจะพิจารณาข้อเท็จจริงในประเด็นทางกฎหมายที่กรรมการจะต้องพิจารณาว่าใครผิดใครถูกอย่างไร

โดยก่อนการประชุมเมื่อเวลา 13.30 น.นายวงศ์สกุล ได้หลบผู้สื่อข่าวลงไปจอดรถที่ชั้นใต้ดิน ก่อนที่จะขึ้นลิฟท์ตรงไปยังห้องประชุมในทันที ขณะที่ พล.ต.อ.สมยศ ตอบคำถามสั้นๆว่า “สบายๆ” เมื่อถูกถามว่ามีความกังวลหรือไม่ในการให้ถ้อยคำครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ยืนยันหรือไม่ว่าอยู่ในห้องตามที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ข้อมูลพาดพิงก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สมยศ ตอบว่า “ขอชี้แจงต่อคณะกรรมการก่อน”

ทั้งนี้เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมามีชายนิรนามมาชูป้ายประท้วงอยู่ริมบาทวิถีด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อาคารเทเวศร์ โดยในป้ายระบุข้อความว่า “มีคนไม่กี่คนหรอก ที่มีคุณธรรมสูง พอที่จะสู้สินบนราคาสูงๆได้” โดยอ้างว่าเป็นคำกล่าวของ ยอร์ช วอชิงตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

Credit : https://www.isranews.org/article/isranews/91330-isranewss-348.html

- Advertisement -