เกิดขึ้นเมื่อเสพโคเคน!’นพ.แท้จริง’โชว์ผลตรวจ’บอส’สาร 2 ชนิดไม่มีปะปนในยาหรืออาหารอื่น

81

‘นพ.แท้จริง’ โชว์เอกสารสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ระบุสารแปลกปลอม 2 ชนิดในตัว ‘บอส อยู่วิทยา’ เกิดได้เมื่อเสพโคเคน ไม่มีปะปนในยาหรืออาหารอื่น จี้คณะทำงานทุกชุดหาคำตอบให้สังคม ย้ำ ยาเสพติดไม่เหมือนแอลกอฮอล์ ตรวจพบในร่างกายต้องเอาผิดได้ตามกฎหมาย

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค. นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ โพสต์ภาพผ่าน แท้จริง ศิริพานิช ซึ่งเป็นบันทึกข้อความ ลงวันที่ 16 ต.ค.2555 จากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ (นต.รพ.ตร.) ส่งถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ (สน.ทองหล่อ) โดยเนื้อหาตอนหนึ่ง ระบุว่า ตามหนังสือ สน.ทองหล่อ ที่ ตช. 0015 (บก.น.5)3/1370 ลงวันที่ 9 ต.ค.2555 เรื่องขอตรวจสอบชื่อสารแปลกปลมที่ตรวจสอบในร่างกาย ตามสำเนาผลตรวจเลือดของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ที่ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมือ่ปี 2555 โดยเป็นผลตรวจเลือดที่ดำเนินการโดยโรงพยาบาลรามาธิบดี พบสาร 4 ชนิด คือ Alprazolam , Benzoylecgonine , Cocaethylene และ Coaffeine

โดย สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ (นต.รพ.ตร.) ได้ตอบคำถามในหลายประเด็น เกี่ยวกับสารทั้ง 4 ชนิด ดังต่อไปนี้

1.Alprazolam ถูกจัดอยู่ในวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 4 ตาม พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 เป็นสารแปลกหลอมที่ไม่มีปนในอาหาร แต่พบเป็นยาคลายวิติกกังวล ในรูปแบบยาเม็ด ในชื่อการค้าต่างๆ ทั้งนี้ Alprazolam มีขายได้เฉพาะร้านขายยาที่มีใบอนุญาตและผู้ซื้อต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น โดยสารชนิดนี้ อยู่ในร่างกายได้นาน 44-60 ชั่วโมง

2.Benzoylecgonine ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษ หรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท แต่เป็นเมตาบอไลต์หรือสารที่เกิดในร่างกาย เมื่อเสพโคเคน (Cocaine) ซึ่งโคเคน จัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 โดยสารชนิดนี้ ไม่มีปนในยาหรืออาหารใดๆ และอยู่ในร่างกายได้นาน 20-40 ชั่วโมง

3.Cocaethylene ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษ หรือ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท แต่เป็นเมตาบอไลต์ที่เกิดขึ้นในร่างกายเมื่อเสพโคเคน ร่วมกับแอลกอฮอล์ (Alcohol) สารชนิดนี้ไม่มีปนในยาหรืออาหารใดๆ และมีค่าครึ่งชีวิต (Half Life) ประมาณ 2.61 ชั่วโมง ที่ความเข้มข้นของโคเคน 0.3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ของน้ำหนักตัว และถูกกำจัดออกจากร่างกายใน 10-12.5 ชั่วโมง

4.Coaffeine ไม่จัดเป็นนยาเสพติดให้โทษ หรือ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พบได้ทั่วไปทั้งในเครื่องดื่มพวกชา กาแฟ น้ำอัดลมบางชนิด เครื่องดื่มบำรุงกำลัง พบในช็อคโกแลตที่ผลิตขึ้นจากเมล็ดโกโก้ และในอาหารเสริมบางประเภทสูตรลดน้ำหนัก รวมทั้งประกอบในยาบางประเภทสูตรแก้ปวดต่างๆ เป็นต้น และอยู่ในร่างกายได้นาน 12-35 ชั่วโมง

นพ.แท้จริง เปิดเผยว่า เอกสารฉบับนี้มีผู้หวังดีส่งมาให้ เพื่ออธิบายให้เห็นว่า สารทั้ง 4 ชนิดที่พบในตัวนายวรยุทธเป็นอย่างไร จะเห็นได้ว่า สารทั้ง 4 ชนิดไม่ใช่สารเสพติด แต่ Benzoylecgonine และ Cocaethylene ระบุไว้ชัดเจนว่าเกิดได้จากสารเสพติดประเภทโคเคน และไม่มีปะปนในยาหรืออาหารใดๆ ดังนั้นประเด็นในเอกสารฉบับนี้จึงมีความสำคัญมาก ที่คณะทำงานแต่ละชุดจะต้องพิสูจน์และตรวจสอบข้อเท็จจริงให้สิ้นสงสัยว่า สาร 2 ชนิดที่เป็นปัญหาที่พบในตัวนายวรยุทธ มีที่มาอย่างไร

“ยาเสพติดไม่เหมือนแอลกอฮอล์ เวลาเราพบนักดื่มเมาแล้วขับ ถ้าแอลกอฮอล์ไม่ถึง 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เรายังเอาผิดเขาไม่ได้ แต่กรณียาเสพติด ถ้าตรวจพบในร่างกายก็ต้องเอาผิดได้ทันที ซึ่งประเด็นนี้เป็นเรื่องที่คณะทำงานแต่ละชุดต้องค้นหาความจริงและตอบคำถามสังคมให้ได้” นพ.แท้จริง กล่าว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา นพ.แท้จริงได้โพสต์ภาพเอกสาร ของสาขาวิชานิติเวชวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ลงวันที่ 1 ต.ค.2555 เรื่องข้อมูลสารแปลกปลอมในร่างกาย ซึ่งเป็นการแจ้งเกี่ยวกับสารแปลกปลอมที่พบในร่างกายของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ตามที่ สน.ทองหล่อ ขอทราบข้อมูล จนกระทั่งมีการเปิดเผย รายละเอียดสารทั้ง 4 ชนิดในเวลาต่อมา

Credit : https://www.isranews.org/article/isranews/90829-isranewss-19.html

- Advertisement -