โฆษกรวมไทยสร้างชาติย้ำจุดยืน รทสช.เป็นพรรคการเมืองแบบอนุรักษนิยมสมัยใหม่ที่รักษาสิ่งดีๆ ที่มีมาก่อนและนำการสร้างสรรค์พัฒนาเปลี่ยนแปลงต่อยอดไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างแบบบ่อนทำลายล้มล้าง โดยไม่ดูรากเหง้าดั้งเดิมความเป็นมาของชาติบ้านเมือง
จากกรณีที่ นายชินภัสร์ กิจเลิศสิริวัฒนา อดีตรองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้โพสต์จดหมายลาออกจากสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยในตอนหนึ่งระบุว่า “พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศได้ ตราบใดที่ยังไม่เปลี่ยนระบบภายใน และยังทํางานแบบเดิม” “ฝ่ายอนุรักษ์ต้องมีมากกว่า ‘ปกป้องสถาบัน’ และ ‘ห้ามแตะ 112’ ไปวันๆ”
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนของพรรคในการทำงานเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงว่า พรรครวมไทยสร้างชาติทำการเมืองที่เน้นในเรื่องการทำการเมืองใหม่ แต่สิ่งที่พรรคต้องรักษาไว้คือ สถาบันหลักของชาติ ซึ่งเป็นเสาหลัก คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ที่ต้องยึดถือไว้ เป็นจุดยืนของพรรคที่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรค โดยแนวทางที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หัวหน้าพรรคได้บอก คือ พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคอนุรักษนิยมสมัยใหม่ หรืออนุรักษนิยมก้าวหน้า ต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้ทันกับโลก ทั้งเทคโนโลยี สังคม และสภาวะทางเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน เราต้องนำประเทศและพี่น้องประชาชนในการปรับตัวให้ทันและเข้ากับการเปลี่ยนแปลงให้ได้
นายอัครเดชกล่าวว่า จะเห็นได้ว่านโยบายของพรรคหลายๆ เรื่องได้สะท้อนจุดยืนของพรรค ในการเป็นอนุรักษนิยมสมัยใหม่ เช่น การทำงานในกระทรวง หรือคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคได้รับมอบหมายให้ดูแล เช่น กระทรวงพลังงาน นายพีระพันธุ์ก็ยืนยันชัดเจนว่า จะมีการแก้กฎหมาย มีการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานในเชิงรุก การทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงในงานที่เกี่ยวข้องในภารกิจของกระทรวง ตามที่รัฐบาลได้มอบหมาย หรือกระทรวงอุตสาหกรรม น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ก็มีนโยบายพัฒนาเรื่องรถ EV รวมถึงคณะกรรมาธิการคณะต่างๆ ที่พรรคดูแล การทำงานก็เน้นย้ำในเรื่องการทำงานสมัยใหม่ ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม ขอย้ำว่า สิ่งที่เราพูดไม่ใช่ว่าพูดอย่างเดียว แต่เราทำด้วย
นายอัครเดชกล่าวว่า พรรคเปิดกว้างรับคนรุ่นใหม่ เข้ามาร่วมทำงานการเมืองตลอดเวลา เช่น การจัดกิจกรรมร่วมกันเพื่อรับฟังความคิดเห็น เป็นการเปิดแนวร่วมในการทำงานการเมือง เป็นกิจกรรมที่พรรคได้ทำอย่างต่อเนื่อง เป็นจุดยืนทางการเมืองของพรรคเป็นในแนวทางที่สร้างสรรค์ ส่วนงานที่เป็นนโยบายของภาครัฐและงานนโยบายของพรรคที่เป็นจุดยืนทางการเมือง เราก็มีความชัดเจน
“พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคอนุรักษนิยมสมัยใหม่ ที่พร้อมจะรักษาสิ่งเดิมของประเทศที่ดีงามควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แต่ไม่ใช่พรรคการเมืองแบบใหม่ที่เปลี่ยนแปลงแบบบ่อนทำลาย ล้มล้างทุกสิ่งที่เคยมีมาก่อน ดังนั้น เราพร้อมเปลี่ยนแปลง แต่ต้องอนุรักษ์สิ่งที่ดีงามของประเทศไว้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างโดยไม่ได้ดูรากเหง้าความเป็นมาของชาติบ้านเมือง วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของไทย อะไรดีงามเราต้องรักษาไว้ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เท่านั้น โดยประเพณี ความดีงาม วัฒนธรรมต่าง ๆ เราก็ต้องรักษาไว้ การเปลี่ยนแปลงในความหมายของพรรค เราเปลี่ยนแปลงเพื่อรักษาและต่อยอด ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงเพื่อบ่อนทำลายล้มล้าง แต่เปลี่ยนแปลงเพื่อแข่งขันกับโลกสมัยใหม่ และเทคโนโลยีต่าง ๆ เราจะเป็นพรรคการเมืองที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่มีแนวทางเหล่านี้ นี่คือสิ่งที่เป็นจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติ” นายอัครเดช กล่าว










