แตกหัก! จีนจับมือรัสเซียปะทะสหรัฐฯ ในคณะมนตรีฯ UN วีโต้ขวางคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเพิ่ม

11

จีนและรัสเซียในวันพฤหัสบดี (26 พ.ค.) ใช้สิทธิวีโต้ความพยายามที่นำโดยสหรัฐฯ ที่หวังผลักดันให้สหประชาชาติกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเล่นงานเกาหลีเหนือเพิ่มเติม ต่อกรณีทดสอบขีปนาวุธซ้ำแล้วซ้ำเล่า เผยให้สาธารณะเห็นถึงร่องรอยความแตกแยกภายในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาติเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่องค์กรแห่งนี้เริ่มลงโทษเปียงยางในปี 2006

รัฐสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่เหลืออีก 13 ชาติ ล้วนลงมติสนับสนุนญัตติที่ร่างโดยสหรัฐฯ ซึ่งเสนอห้ามส่งออกยาสูบและน้ำมันไปยังเกาหลีเหนือ ซึ่งผู้นำ คิม จองอึน เป็นสิงห์อมควันตัวยง นอกจากนี้ ยังเสนอขึ้นบัญชีดำกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ “ลาซารัส” ที่ทางสหรัฐฯ เชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือ

การลงมติครั้งนี้มีขึ้นหนึ่งวันหลังจากเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 3 ลูก โดยหนึ่งในนั้นเชื่อว่าเป็นขีปนาวุธข้ามทวีปขนาดใหญ่ที่สุดของพวกเขา ซึ่งมีขึ้นไม่กี่วันหลังประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ เสร็จสิ้นการเดินทางเยือนเอเชีย มันถือเป็นหนล่าสุดในการทดสอบขีปนาวุธหลายต่อหลายครั้งในปีนี้ของเปียงยาง ซึ่งละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

อ้างถึงความเงียบเฉยของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติต่อเกาหลีเหนือ ทางลินดา โธมัส-กรีนปิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ว่า “ถึงเวลาแล้วที่ต้องหยุดนิ่งเงียบเหมือนอนุญาตโดยปริยาย แล้วหันมาเริ่มจัดการอย่างจริงๆ จังๆ”

ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีความคงเส้นคงวา และมีความเป็นเอกฉันท์ในการยกระดับมาตรการคว่ำบาตรตัดขาดเงินทุนสำหรับโครงการอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ และความเคลื่อนไหวเพิ่มความหนักหน่วงของมาตรการคว่ำบาตรหนล่าสุด เกิดขึ้นในปี 2017

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่นั้น จีนกับรัสเซีย พยายามผลักดันให้ผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรบนพื้นฐานด้านมนุษยธรรม ในขณะที่พวกเขาดำเนินการอย่างลับๆ พยายามเตะถ่วงในคณะกรรมาธิการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

ทั้งนี้ การลงมติเมื่อวันพฤหัสบดี (26 พ.ค.) ถือเป็นครั้งแรกที่จีนและรัสเซียแตกหักความเป็นเอกฉันท์อย่างเปิดเผย “เราไม่คิดว่ามาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมจะเป็นประโยชน์อะไรในการตอบสนองต่อสถานการณ์ปัจจุบัน มันยิ่งแต่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง” จาง จุน ผู้แทนถาวรสาธารณรัฐจีนประจำสหประชาชาติ กล่าวก่อนหน้าการลงมติในวันพฤหัสบดี (26 พ.ค.)

จีนยังเรียกร้องให้สหรัฐฯ ดำเนินการหาทางโน้มน้าวให้เปียงยางคืนสู่การเจรจา ที่หยุดชะงักมาตั้งแต่ปี 2019 หลังการประชุมซัมมิตที่ล้มเหลวระหว่าง คิม จองอึน กับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ณ ขณะนั้น

“สหรัฐฯ ในฐานะผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ควรดำเนินการอย่างมีนัยสำคัญและในทางปฏิบัติ ในการคืนสู่การเจรจากับเกาหลีเหนือ” จางกล่าว พร้อมเน้นว่าในนั้นควรรวมถึงการที่วอชิงตันผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวบางส่วน

เปียงยางระงับการทดสอบในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ช่วงไม่กี่เดือนมานี้ พวกเขากลับมาทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลอีกครั้ง ในขณะที่สหรัฐฯ และเกาหลีใต้เตือนว่าเกาหลีเหนือกำลังเตรียมทดสอบนิวเคลียร์รอบที่ 7

(ที่มา : รอยเตอร์)

Cr : https://mgronline.com/around/detail/9650000050307

- Advertisement -