สำหรับประเทศไทยเรา หลังจากที่นักเรียนต้องเรียนออนไลน์กันต่อเนื่องมายาวนาน
ทางรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายที่จะเปิดโรงเรียนอย่างเป็นทางการ ในภาคการศึกษาที่สอง
คำถามที่ตามมาทันทีก็คือ เด็กนักเรียนเหล่านี้นับล้านคน จะต้องฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนเรียบร้อยเสียก่อน
แต่วัคซีนอะไรบ้าง ที่สามารถฉีดให้เด็กได้อย่างปลอดภัยสบายใจ
สำหรับประเทศไทย วัคซีนตัวแรกที่ได้รับการอนุมัติให้ฉีดในเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปคือ Pfizer
และวันนี้ทางตัวแทน ซิลลิค ฟาร์มา ประเทศไทยจำกัด ผู้นำเข้าวัคซีน Moderna ก็ได้แจ้งว่า
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือ อย.ไทย ได้อนุมัติให้วัคซีน Moderna ฉีดในสถานการณ์ฉุกเฉินในเด็กอายุ 12-17 ปีได้แล้ว
โดยวัคซีนของ Moderna ได้รับการอนุมัติให้ฉีดในสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา(สค2564) อังกฤษ(สค2564)
และฟิลิปปินส์(กย2564)เรียบร้อยแล้ว
ทำให้ประเทศไทยมีวัคซีนที่สามารถฉีดในเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปได้ สองชนิด คือ Pfizer และ Moderna
โดยลำดับที่สามคือ วัคซีนของ Sinopharm อยู่ในระหว่างการพิจารณา คาดว่าจะได้รับการอนุมัติในเร็ววันนี้
และในช่วงถัดไป ก็คงจะเป็นวัคซีนของ Sinovac
นั่นคือก่อนจะเปิดภาคการศึกษา ไทยจะมีวัคซีนที่ฉีดให้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปได้ 4 ชนิด ได้แก่
1) Pfizer
2) Moderna
3) Sinopharm
4) Sinovac
คุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครอง ก็คงต้องศึกษาหาความรู้ ระหว่างเรื่องประสิทธิผล และเรื่องความปลอดภัยหรือผลข้างเคียงของวัคซีนทั้ง 4 ชนิดซึ่งแบ่งได้ออกเป็นสองกลุ่ม
กลุ่มแรกคือ เทคโนโลยี mRNA ได้แก่ Pfizer และ Moderna ที่มีประสิทธิผลค่อนข้างสูง แต่ก็มีผลข้างเคียงที่จะต้องจับตามองต่อไป โดยเฉพาะเรื่องหัวใจอักเสบในผู้ชายอายุน้อย
กลุ่มที่สองคือ เทคโนโลยีเชื้อตาย ได้แก่ Sinovac และ Sinopharm ที่มีความปลอดภัยสูงหรือผลข้างเคียงน้อย แต่ประสิทธิผลจะสู้ mRNA ไม่ได้
คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครอง ก็ต้องชั่งใจว่า จะเน้นเรื่องประสิทธิผล หรือเน้นความปลอดภัยในการฉีดวัคซีนให้กับบุตรหลานของตนก่อน ที่จะส่งบุตรหลานไปโรงเรียนต่อไป
Reference
https://www.cbc.ca/news/health/moderna-vaccine-adolescents-1.6155876
https://www.philstar.com/headlines/2021/09/04/2124717/moderna-gets-fda-nod-ages-12-17
Cr : https://www.blockdit.com/posts/61444025eceb430c846bbdf1










