วันเสาร์ 10 ตุลาคม 2026
หน้าแรก การเมือง สภาองค์กรของผู้บริโภคจี้นายกฯ ใช้อำนาจประธาน ศบค.จัดซื้อชุดตรวจ ATK ที่มีคุณภาพ

สภาองค์กรของผู้บริโภคจี้นายกฯ ใช้อำนาจประธาน ศบค.จัดซื้อชุดตรวจ ATK ที่มีคุณภาพ

44

สภาองค์กรของผู้บริโภค กังวลชุดตรวจ ATK ทำให้เกิดผลลวง กระทบประชาชนไม่ได้รับการรักษา หากติดเชื้อ จี้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจในฐานะประธาน ศบค. สั่งการซื้อชุดตรวจที่มีคุณภาพ และยับยั้งการจัดซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 ส.ค.2564 สภาองค์กรผู้บริโภค ออกเอกสารเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด (ศบค.) จัดซื้อชุดตรวจ ATK (Antigen Test Kit) ที่มีคุณภาพ และยับยั้งการจัดซื้อเอทีเคที่ไม่มีคุณภาพ ระบุว่า

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวันนั้น คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จึงมีมติให้จัดซื้อชุดตรวจ Rapid Antigen Test หรือ Antigen Test Kit (ATK) จำนวน 8.5 ล้านชุด เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนได้ตรวจเชื้อโควิดด้วยตนเอง โดยคณะทำงานกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข และ สปสช. ได้กำหนดคุณสมบัติด้านคุณภาพชุดตรวจ ATK เบื้องต้นที่สำคัญ 4 ประการ ดังนี้ 1. มีคุณภาพ-ผลตรวจมีความแม่นยำสูง โดยมีความไวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 และความจำเพาะไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 2. ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) 3. มีงานศึกษา งานวิจัยรองรับ และผ่านการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ และ 4. สามารถจัดส่งได้ทันที เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการการแพร่ระบาดรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งประชาชนจะได้เข้าถึงบริการตรวจคัดกรองได้รวดเร็ว

ทั้งนี้ เนื่องจาก สปสช. ไม่สามารถจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ได้ด้วยตนเอง จึงต้องให้ตัวแทนเครือข่ายหน่วยบริการที่ขึ้นทะเบียนกับ สปสช. คือ โรงพยาบาลราชวิถีดำเนินการจัดซื้อแทน ซึ่งโรงพยาบาลราชวิถีมอบหมายให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อ ATK ในครั้งนี้ และพบว่า ได้มีการปรับลดเงื่อนไขลงจากที่ตั้งต้นไว้ โดยเฉพาะเงื่อนไขสำคัญ คือ ชุด ATK ที่จะจัดซื้อ ไม่ต้องผ่านการรับรองจาก WHO เหลือเพียงผ่านการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เท่านั้น

สภาองค์กรของผู้บริโภค มีความวิตกกังวลว่า หากชุดตรวจ ATK ไม่มีคุณภาพตามที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น จะทำให้เกิดผลลบลวง (False Negative) จำนวนมากขึ้น และหากพิจารณาจากประสิทธิภาพของบริษัทที่ได้รับเลือกจาก อภ. จะทำให้มีประชาชนที่มีผลลบลวงจำนวนสูงถึง 850,000 ราย รวมทั้งทำให้ผู้ติดเชื้อโควิดที่มีผลลบลวงเหล่านี้ขาดโอกาสได้รับการดูแลรักษาพยาบาล โดยเฉพาะการได้รับยาที่จำเป็นอย่างทันการณ์และอาจมีอาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล

สิ่งเหล่านี้ผิดไปจากวัตถุประสงค์ที่จะให้ผู้ติดเชื้อโควิด ซึ่งไม่แสดงอาการหรือมีอาการเล็กน้อยได้รับการดูแลแบบ Home Isolation และผู้ติดเชื้อโควิด ที่มีผลลบลวงยังจะทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคสู่ชุมชนโดยไม่รู้ตัวจนทำให้ยากต่อการควบคุมโรคให้สงบได้ ขัดกับแนวทางควบคุมโรคที่ต้องการให้มีการควบคุมโรคให้ได้ผลมากที่สุด ดังนั้น จึงต้องได้ชุดตรวจที่ให้ผลลบลวง (False Negative) น้อยที่สุด และมีความแม่นยำมากที่สุด อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้มีการเดินหน้าจัดซื้อ ATK ที่มีคุณภาพต่ำจะมีผลกระทบทั้งต่อผู้ติดเชื้อโควิดที่ให้ผลลบลวงและการควบคุมโรคของประเทศดังได้กล่าวข้างต้น

สภาองค์กรของผู้บริโภค จึงมีข้อเสนอและการดำเนินการ ดังนี้

1) ขอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส (ศบค.) ใช้ภาวะผู้นำในวิกฤตโควิด ทบทวนการจัดซื้อ ATK โดยเลือกซื้อชุดตรวจที่มีคุณภาพสูงสุด และขอให้นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจในการยับยั้งการจัดซื้อ ATK ที่กำลังดำเนินการโดย อภ.

2) ขอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ สปสช. สามารถจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ได้เอง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนในการเข้าถึงยาและเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีราคาเหมาะสม เนื่องจากการดำเนินการของ สปสช. เป็นการดำเนินการที่มีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ทั้งประชาชน ผู้ประกอบวิชาชีพ หน่วยงานกระทรวงสาธารณสุข ในการจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ที่มีจำนวนมาก เพื่อต่อรองให้ได้ของที่มีคุณภาพและมีราคาที่เป็นธรรมกับประเทศ

3) สภาองค์กรของผู้บริโภค พร้อมสนับสนุนประชาชนที่ได้รับการตรวจ ATK และได้รับผลลบลวง ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

Cr : https://www.isranews.org/article/isranews/101574-isranews-495.html

 

- Advertisement -