โชว์ภาพล่าสุด บ.การ์เดียนโกลฟส์ คู่สัญญาขายถุงมือยาง อคส. แสนล. ก่อนศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ คนในพื้นที่นครปฐม เข้าสำรวจพบยังเปิดกิจการอยู่-เผยยังคอยส่งหนังสือแจ้งขอส่งสินค้าเป็นระยะๆ คาดใช้เป็นหลักฐานต่อสู้คดีในอนาคต ไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาก่อน
สืบเนื่องจากปรากฎข้อมูลว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล รวม 10 คน ระหว่างวันที่ 16 – 19 ก.พ. ก่อนที่จะมีการลงมติในวันที่ 20 ก.พ. นี้ พรรคฝ่ายค้าน จะนำเรื่องการจัดซื้อถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) กับ บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด มูลค่ากว่า 112,500 ล้านบาท มาเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ด้วยนั้น
ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org)ได้รับการเปิดเผยข้อมูลจากแหล่งข่าวในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นจุดที่ตั้งของบริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ เลขที่ 131/45 หมู่ที่ 11 ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ว่า ได้เข้าไปสำรวจข้อมูลบริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด พบว่า ยังเปิดดำเนินกิจการอยู่ (ดูรูปประกอบ)

ขณะที่แหล่งข่าวกระทรวงพาณิชย์ ให้ข้อมูลยืนยันสำนักข่าวอิศราว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด ได้พยายามส่งหนังสือถึงองค์การคลังสินค้า (อคส.) เพื่อแจ้งให้รับมอบสินค้า ตามเงื่อนไขสัญญาที่ทำกันไว้ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นแนวทางของบริษัทฯ ที่จะนำไปใช้ในการต่อสู้คดีในอนาคต ว่า บริษัทฯ ไม่เป็นฝ่ายผิด ในการทำสัญญาซื้อขายถุงมือยางกับทาง อคส. แต่อย่างใด
อนึ่งเกี่ยวกับกรณีการจัดซื้อถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) กับ บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด มูลค่ากว่า 112,500 ล้านบาท นั้น สำนักข่าวอิศรา ได้ติดตามนำเสนอข้อมูลเชิงลึกมาตั้งแต่ต้น โดยล่าสุดนอกจากการยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับเรื่องไปสวนสวนตามขั้นตอนทางกฎหมายแล้ว ในช่วงปลายเดือน ม.ค.2564 ที่ผ่านมา อคส. ได้สรุปผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) กับ บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด มูลค่ากว่า 112,500 ล้านบาท และนำเสนอให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พิจารณาแล้ว โดยผลการสอบสวนสรุปว่า มีเจ้าหน้าที่ อคส.ในระดับนักบริหาร 8 จำนวน 2 คนเกี่ยวข้องกับการกระทำของ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ อดีตรักษาการผู้อำนวยการ อคส. ซึ่งมีพฤติกรรมใช้อำนาจพิจารณาอนุมัติโครงการจัดซื้อถุงมือยาง ทั้งๆ ที่ตามข้อบังคับ อคส.ว่าด้วยการค้าข้าว พืชผล และสินค้าต่างๆ เพื่อการค้าปกติ พ.ศ.2526 ถ้าวงเงินที่จะจัดซื้อสินค้าเกินอำนาจที่ผู้อำนวยการ อคส.จะอนุมัติได้ หรือเกินกว่า 25 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ให้เสนอขออนุมัติต่อประธานกรรมการ อคส. (บอร์ด อคส.) ก่อน แต่ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ไม่ได้เสนอให้พิจารณาอนุมัติ
นอกจากไม่เสนอเรื่องการจัดซื้อครั้งนี้ให้บอร์ด อคส.พิจารณาอนุมัติแล้ว ยังใช้ดุลพินิจตีความกฎหมายเพื่อให้ตนเอง ซึ่งเป็นรักษาการผู้อำนวยการมีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติจัดซื้อและจ่ายเงินค่าถุงมือยางเอง อีกทั้งยังจงใจใช้อำนาจในฐานะผู้อำนวยการทำสัญญาซื้อถุงมือยางกับการ์เดียนโกลฟส์ และทำสัญญาขายกับผู้ซื้อทั้ง 7 ราย โดยที่สัญญานั้นไม่ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ถือเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2535 เรื่องการปรับปรุงแก้ไขมติ ครม.เกี่ยวกับการส่งร่างสัญญาให้ อสส.ตรวจพิจารณา
ขณะที่ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ยังทำสัญญาให้ อคส.เสียเปรียบ โดยสัญญาที่ทำกับการ์เดียนโกลฟส์ กำหนดให้ อคส.ชำระเงินค่าสินค้าล่วงหน้าใน 3 วันนับแต่วันลงนามในสัญญา แต่กลับให้การ์เดียนโกลฟส์ส่งมอบหลักประกันให้ อคส.ภายใน 7 วัน เป็นเหตุให้ อคส.ต้องจ่ายเงินล่วงหน้า 2,000 ล้านบาทก่อนได้รับวงเงินประกันสัญญา ทั้งที่โดยปกติต้องส่งมอบหลักประกันในวันทำสัญญา และยังไม่กำหนดงวดการส่งมอบถุงมือยาง รวมถึงไม่ทำตามระเบียบ อคส.ว่าด้วยการจัดซื้อสินค้าเพื่อการค้าปกติ พ.ศ.2561 ซึ่งก่อนจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนงานที่รับผิดชอบต้องทำรายงานความจำเป็นและรายละเอียดต่างๆ ของการจัดซื้อเสนอให้ผู้อำนวยการพิจารณาอนุมัติ แต่กรณีนี้ไม่มีการเสนอเรื่อง อีกทั้งยังไม่ออกประกาศเชิญชวนให้เสนอราคาจัดซื้อด้วย
อย่างไรก็ดี พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ยืนยันสำนักข่าวอิศรา ว่า ยังไม่ทราบผลการสอบสวนเรื่องนี้ ของ อคส.แต่คงไม่ไปแสดงความเห็นอะไร ขอให้รอผลการสอบสวนจากทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางจะดีกว่า
“ผมไม่รู้ว่าใครจะไปว่าอะไรหรือทำอะไร แต่เรื่องนี้ ผมคิดว่าให้รอผลการสอบสวนของ ป.ป.ช. ที่จะออกมาเป็นทางการดีกว่า ถ้าเขามีหลักฐานว่า ผมไปนั่งคุยอะไรกับบริษัท มีหลักฐานไปรับเงินรับทองชัดเจน ผมก็พร้อมที่จะต่อสู้คดีตามขั้นตอนเพราะมั่นใจว่าการทำงานเรื่องนี้ที่ผ่านมา ทำตามระเบียบตามขั้นตอนแล้ว แต่ถ้ามีอะไรที่ลูกน้องไปทำแล้ว ผมไม่รู้ ก็พร้อมยอมรับความผิดในส่วนนั้น”
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา ทาง ป.ป.ช. ได้ออกหมายเรียกไปให้ปากคำเรื่องนี้หรือยัง พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า “ยังไม่ได้เรียกไป ที่ผ่านมามีเพียงแค่การเข้าไปให้ปากคำต่อคณะกรรมการของวุฒิสภาฯ เท่านั้น”
Cr : https://www.isranews.org/article/isranews/96076-investigative-25.html










