วันพฤหัสบดี 24 กันยายน 2026
หน้าแรก ต่างประเทศ บทวิเคราะห์ ใช้ประโยชน์จากงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน ร่วมกันก้าวสู่ยุคข้อตกลงจีน-อาเซียน 3.0

บทวิเคราะห์ ใช้ประโยชน์จากงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน ร่วมกันก้าวสู่ยุคข้อตกลงจีน-อาเซียน 3.0

8

งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียนและการประชุมสุดยอดธุรกิจและการลงทุนจีน-อาเซียนครั้งที่ 23 ที่เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองชนเผ่าจ้วงกว่างซี เปิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กันยายน มีผู้ประกอบการ 3,400 กว่ารายจาก 70 ประเทศและเขตแคว้นมาร่วมงานในปีนี้ จำนวนวิสาหกิจที่ร่วมงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ปีนี้เป็นโอกาสครบรอบ 5 ปีการสร้างความสัมพันธ์หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมทุกด้านระหว่างจีน-อาเซียน และเป็นปีเริ่มต้นโครงการปฏิบัติการความสัมพันธ์หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมทุกด้านระหว่างจีน-อาเซียน (2026-2030) และเป็นปีสำคัญในการเร่งดำเนินการตามพิธีสารยกระดับความตกลงการค้าเสรีจีน-อาเซียน เวอร์ชัน 3.0 หรือ ACFTA 3.0 งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียนครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ ร่วมแบ่งปันโอกาส 3.0 ร่วมสร้างชีวิตที่ดีกว่า มุ่งส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคให้มีคุณภาพสูงผ่านการสร้างเขตการค้าเสรี แสดงให้เห็นความสำเร็จและจุดเด่นใหม่ๆของความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าจีน-อาเซียน

รัฐบาลจีนให้ความสำคัญอย่างสูงกับการสร้างเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน เดือนพฤศจิกายน ปีค.ศ. 2021 ในการประชุมสุดยอดเพื่อรำลึกครบรอบ 30 ปีการสร้างความสัมพันธ์คู่เจรจาระหว่างจีนและอาเซียน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนได้เสนอให้เริ่มการสร้างเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน เวอร์ชัน 3.0 โดยเร็ว ยกระดับการเปิดเสรีและการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน และขยายความร่วมมือในด้านใหม่ๆเช่น เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งเป็นการชี้แนะแนวทางให้เขตการค้าเสรีพัฒนาไปสู่ระดับที่สูงขึ้น

นับตั้งแต่ก่อตั้ง เขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน ได้ดำเนินงานอย่างมั่นคงและประสบผลสำเร็จมาโดยตลอด การค้าทวิภาคีเฟื่องฟู จีนเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียนติดต่อกันมา 17 ปี และอาเซียนกลายเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของจีนติดต่อกัน 6 ปี เมื่อปี 2025 ยอดการค้าทวิภาคีระหว่างจีน-อาเซียนทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2002 โครงการความร่วมมือที่สำคัญจำนวนมากเดินหน้าอย่างมั่นคง โครงการรถไฟจีน-ไทยกลายเป็นโครงการสำคัญในโครงการความร่วมมือหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางระหว่างสองประเทศ

บูธของไทยในงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน ได้รับความสนใจอย่างมาก ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เปิดเผยว่า มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานครั้งนี้ กว่า 100 รายบนพื้นที่จัดแสดงสินค้าประมาณ 2,000 ตารางเมตร นับเป็นครั้งที่ 22 ที่ประเทศไทยเข้าร่วมางานด้วยการจัดบูธแสดงสินค้า

สินค้าที่จัดแสดงและจำหน่ายในบูธของไทยแบ่งเป็นสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม, สินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม, สินค้าแฟชั่น อัญมณีและเครื่องประดับ, ของใช้และของแต่งบ้าน และสินค้าทางวัฒนธรรมหรือ Soft Power อื่นๆ

ในศาลาไทย บูธแสดงสินค้าคุณภาพดี อาทิ ทุเรียน หมอนยางพารา ข้าวหอมมะลิ และอื่นๆ เป็นที่สนใจของพ่อค้าและผู้บริโภคที่พากันหยุดชมและลองชิม โดยกระทรวงพาณิชย์ไทยคาดว่าจะมีมูลค่าซื้อขายทันที 36 ล้านบาทในช่วงจัดงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียนครั้งนี้ และมูลค่าที่คาดการณ์ภายใน 1 ปีจะสูงถึง 230 ล้านบาท

นายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียนเป็นงานที่สำคัญมากสำหรับไทย เมืองหนานหนิงในฐานะเจ้าภาพจัดงานถือเป็นประตูค้าขายระหว่างจีนและอาเซียนที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยตลอด 23 ครั้งที่ผ่านมา งานมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีประเทศเข้าร่วมมากขึ้น จนมีบทบาทมากกว่าภูมิภาคอาเซียน หวังให้ผู้ประกอบการไทยมองเมืองหนานหนิงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการเจาะตลาดจีน

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้จัดแสดงเอกลักษณ์และภาพลักษณ์ของ 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คูหาจังหวัดแห่งมนต์เสน่ห์ของไทย โดยภาคอีสานของไทยไม่เพียงมีความสำคัญทางเศรษฐกิจอย่างมากเท่านั้น แต่ยังเป็นเป็นประตูสู่คาบสมุทรอินโดจีนและประเทศจีน อีกทั้งยังมีมรดกทางศิลปะ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่แตกต่างจากเมืองแห่งมนต์เสน่ห์ครั้งก่อนๆ ที่เน้นเฉพาะจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ครั้งนี้ 20 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยได้เข้าร่วมงานในภาพรวมของภูมิภาค มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์โดดเด่นที่บ่งชี้ทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม เป็นเอกลักษณ์ในการประชาสัมพันธ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวและศักยภาพการลงทุนให้ชาวจีนอย่างครอบอคลุม สะท้อนให้เห็นถึงความแปลกใหม่มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ในวันที่ 16 กันยายน ก่อนการเปิดงานฯหนึ่งวัน ได้มีการจัดงานพิเศษสำหรับประเทศไทย ในหัวข้อ “การส่งออกไปยังจีน” ที่เมืองหนานหนิงด้วยความสำเร็จ โดยใช้ประโยชน์จากงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียนครั้งที่ 23 นี้เพื่อเปิดเวทีระดับชาติในการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของไทยกับตลาดการบริโภคขนาดมหึมาของจีนอย่างตรงจุด ผู้แทนจากวิสาหกิจจีน-ไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 200 คนมาร่วมงาน ในงานประกอบด้วยการนำเสนอโดยผู้นำธุรกิจจีนและไทยการจับคู่ธุรกิจในภาคสนาม ผู้แทนวิสาหกิจจีน-ไทยประกาศความต้องการความร่วมมือและความตั้งใจในการจัดซื้อ โดยใช้รูปแบบ “การจับคู่ล่วงหน้าก่อนการประชุม” บวกกับ “การเจรจาหมุนเวียนในการประชุม” เพื่อให้มั่นใจว่าแต่ละวิสาหกิจมีการเจรจาที่มีประสิทธิภาพหลายรอบ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิผลการจับคู่ กิจกรรมดังกล่าวได้ดึงวิสาหกิจชื่อดังของไทย อาทิ กลุ่มบริษัทซีพี ผู้จัดซื้อจากหลายพื้นที่ของจีน สถาบันการเงินทั้งจีนและไทยร่วมงาน วิสาหกิจที่ร่วมงานพากันชื่นชมว่า กิจกรรมครั้งนี้จัดได้อย่างดีเยี่ยม การจับคู่มีความแม่นยำ ประสบผลสำเร็จมากมาย ซึ่งเป็นเวทีที่บังเกิดผลเป็นรูปธรรมจริง และมีประสิทธิภาพสูงสำหรับสินค้าไทยในการเข้าตลาดจีน

กล่าวได้ว่า งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียนไม่เพียงแต่เป็นหน้าต่างสำคัญที่แสดงถึงผลสำเร็จของความร่วมมือระหว่างจีน-อาเซียน หากยังเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจ ส่งเสริมการจับคู่ด้านอุตสาหกรรม และแบ่งปันโอกาสการพัฒนาส่วนภูมิภาค จากการสำรวจความคิดเห็นของชาวเน็ตทั่วโลกที่ริเริ่มโดย CGTN ไชน่ามีเดียกรุ๊ปปรากฏว่า ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 90.9 เห็นว่า การจัดงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียนอย่างต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นความตั้งใจจริงของจีนในการส่งเสริมการเปิดสู่ภายนอกระดับสูง ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 90.2 เห็นว่า ความมุ่งมั่นอย่างไม่เปลี่ยนแปลงของจีนในการขยายการเปิดสู่ภายนอกระดับสูงและใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบของการมีตลาดขนาดมหึมา ได้สร้างโอกาสมากขึ้นแก่การพัฒนาของประเทศอาเซียน เราเชื่อว่า การกระชับความร่วมมือด้านการค้าเสรีระหว่างจีนกับอาเซียน จะเพิ่มแรงผลักดันให้กับความร่วมมือแบบเปิดกว้างและการเติบโตอย่างมั่นคงของเศรษฐกิจโลก

เขียนโดย ชุย อี๋เหมิง ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG)

- Advertisement -