วันพุธ 24 มิถุนายน 2026
หน้าแรก บทความ ขนมทันจิตต์ จากผู้เรียนหลักสูตร  Digital DNA ที่ DPU สู่การได้รับรางวัลแผนธุรกิจยอดเยี่ยม Best BMC Awards

ขนมทันจิตต์ จากผู้เรียนหลักสูตร  Digital DNA ที่ DPU สู่การได้รับรางวัลแผนธุรกิจยอดเยี่ยม Best BMC Awards

59

จากวิกฤตผ่านช่วงโควิด สู่ช่วงติดปีก เข้าอบรมเพิ่มพูนความรู้ มุ่งสู่ยอดขายหลักล้านและเติบโตอย่างยั่งยืน ‘ขนมทันจิตต์’ ตำนานร้านของฝากรุ่นพ่อกับการปั้นแบรนด์ยุคดิจิทัล 2023  ด้วยยอดขายหลักล้าน  และมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น กว่า 25%  แม้ช่วงเศรษฐกิจฝืดเคืองธุรกิจกลุ่ม Micro SMEs แทบพังยับ

อะไรที่ทำให้ เผือกกรอบรูปตะแกรง แบรนด์ขนมทันจิตต์ ซึ่งผ่านกาลเวลามากว่า 40 ปี ได้เป็นขนมที่ถูกอกถูกใจ ‘ผู้บริโภค’ จนถึงปัจจุบัน ที่ทุกอย่างไม่มีคำว่าง่าย

คงไม่มีใครที่จะบอกได้ละเอียดชนิดคำ ในเส้นทางการเติบโตของปั้นแบรนด์ ‘ทันจิตต์’ ขนมรุ่นเก๋ากว่า 40 ปี ให้โดนใจได้ดีเท่ากับ “อีฟ-อัมภานุช บุพไชย” และ “เอ๋-กษิรา ขันติศิริ” แห่งครอบครัว “ขันติศิริ”  ที่เป็นผู้นำของแบรนด์ทั้งแนวคิดริเริ่ม จนถึงการพัฒนาต่อยอดและการถ่ายทอดเรื่องราวของครอบครัวนักรังสรรค์ขนม ‘ทันจิตต์’ บนโลกออนไลน์ จนสามารถกุมหัวใจลูกค้าได้ทุกวัย…

วินาทีที่พลิกผัน

“ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 เป็นช่วงที่วิกฤติที่สุด เพราะ นักท่องเที่ยวชาวไทย และ ชาวต่างชาติได้หายไป ร้านของฝาก แหล่งท่องเที่ยวก็ปิดหมด  ‘ขนมทันจิตต์’ คือหนึ่งในผู้ประกอบการที่อยู่ใน Supply Chain นั้น จากเดิมที่ยอดขายต่อเดือนนับแสนๆ บาท เหลือเพียงเสียงบ่น แม้แต่แบงก์ธนบัตรสีแดงยังแทบไม่มีให้หยิบจับ ยิ่งช่วง “ล็อกดาวน์ครั้งที่ 1 ตอนนั้นไม่มีออเดอร์เลย 3 เดือน … จากยอดหลักแสนบาทต่อเดือน” คุณอีฟ กล่าวถึง เริ่มต้นเหตุการณ์ที่ทำให้เธอ ‘กระโดด’ เข้ามาช่วยธุรกิจครอบครัวคุณเอ๋ผู้เป็นแฟน

“เราทั้งสองคนก็มานั่งคิด ออฟไลน์ไม่ได้ก็ต้องลองออนไลน์ โดยเริ่มขายขนมใน Facebook ส่วนตัว แต่ก็ขายได้แค่จากหมู่เพื่อนๆ ในช่วงที่เรากำลังหาทางขายของออนไลน์กัน เพื่อนของคุณเอ๋แนะนำให้ลองฝากร้านและขายของใน Facebook Group มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการฝากร้าน  เพราะคุณพ่อ ‘ทันจิตต์’ เป็นศิษย์เก่า จบการศึกษาจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี พ.ศ. 2501 ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นแรกๆ”

“เราเลยชักชวนคุณพ่อมาลองขายของออนไลน์ โดยเริ่มจากการเขียนโพส จึงให้คุณพ่อเขียนในกระดาษ แล้วเราเป็นคนพิมพ์ตามที่คุณพ่อเขียนและถ่ายรูป ปรากฏว่าโพสต์แรกของคุณพ่อได้รับการตอบรับจากผู้คนในนั้นมากมาย หลังจากนั้นทุกโพสต์ของคุณพ่อค่อนข้างเป็นกระแส จนได้มีรายการและเพจต่างๆมาสัมภาษณ์คุณพ่อและครอบครัว เนื่องจากคุณพ่อเป็นผู้สูงวัยที่ใจดี ร่าเริง และยังคงทำขนมที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทำให้ยอดขายเริ่มเข้าถึงหลักแสนต่อเดือน”

คุณอีฟเล่าต่อว่า  จากจุดเริ่มต้นการโพสต์ตามเสียงคุณพ่อลงบน Facebook Group มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการฝากร้าน ทำให้เราเริ่มที่จะเข้ามาเรียนรู้และลงมือทำต่อจากคุณพ่ออย่างจริงๆจังๆ พัฒนามาเป็นการสร้างช่องทางออนไลน์ของตัวเองบน Facebook ชื่อเพจ “ขนมทันจิตต์ Kanomtanchit” และต่อยอดโดยการเพิ่มช่องทางออนไลน์ต่างๆ มากขึ้น

“ในตอนที่เราคิดจะเริ่มสร้างช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้เรื่องราวของขนมที่คุณพ่อได้เป็นคนริเริ่มขึ้นมาแล้วส่งต่อสูตรและเทคนิคมายังรุ่นลูกนั้นไม่จางหายไป แต่เรายังขาดความรู้ทางด้านการขายของออนไลน์ เราจึงพยายามหาแหล่งเรียนรู้ต่างๆ”

ฝั่งชิปดิจิทัลฟื้นชีพ’

ตอนนั้นเริ่มด้วยการค้นหาแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ใน Google ก่อนจะขยับมาเป็น Facebook และด้วย Algorithm ของช่องทาง Facebook ที่จะส่งเนื้อหาที่เจ้าของบัญชีกำลังให้ความสนใจ ทำให้คุณอีฟได้มีโอกาสเรียนรู้ในหลักสูตร“Digital DNA โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้าน Digital Economy” โดยความร่วมมือกันระหว่าง กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ( DE ) และ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่สร้างการเติบโตให้กับ ‘ขนมทันจิตต์’ ภายในเวลาแค่ 2-3 ปี

“หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรอบรมความรู้ด้านดิจิทัลออนไลน์อย่างเข้มข้น ว่าด้วยเรื่องที่เกี่ยวกับ Business Model Canvas (BMC) การทำแผนธุรกิจ บัญชีการเงิน การตลาดออนไลน์ การถ่ายภาพสินค้าให้น่าสนใจ และการออกบูธจำหน่ายสินค้า”

จากขนมที่คุณพ่อคุณแม่ที่ได้เป็นคนคิดค้นสูตรเทคนิคต่างๆ จนค่อนข้างมีหลากหลายผลิตภัณฑ์ ทั้งคู่จึงได้ตัดสินใจนำขนม “เผือกกรอบรูปตะแกรง” มาพัฒนาจนเกิดเป็นแบรนด์ “ทันจิตต์” เนื่องด้วยขนมที่ทำจากเผือกนี้ผ่านกระบวนการต่างๆ จนเป็นเผือกกรอบที่มีเอกลักษณ์ และมีความโดดเด่นด้วยทักษะฝีมือเฉพาะทางที่ประณีต ซึ่งเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อถ่ายทอดสู่รุ่นลูกมานานกว่า 40 ปี ลูกค้าที่ได้กินต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นเผือกกรอบที่อร่อยไม่เหมือนเผือกกรอบทั่วไป

“ถึงแม้ว่าเราจะรับช่วงต่อมาจากรุ่นพ่อแม่ แต่ก็ถือว่าเราเองต้องมาเริ่มต้นใหม่หลายๆ ด้าน จึงได้เริ่มเขียนแผนธุรกิจ Business Model Canvas (BMC) เป็นการวางแผนพัฒนาต่อยอดธุรกิจ “ขนมทันจิตต์” จากการเข้าร่วมโครงการ Digital DNA นี้  ทำให้เราผ่านการคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิ จนได้รับรางวัลแผนธุรกิจยอดเยี่ยม Best BMC Awards (คะแนนเต็ม 100/100)”

และก็จริงดั่งที่เธอว่าเมื่อเอกลักษณ์และรสชาติของ “เผือกกรอบรูปตะแกรง ตรา ทันจิตต์” ที่ไม่เหมือนใคร ประกอบกับการรู้จักการร้อยเรื่องราวของแบรนด์ “ทันจิตต์” ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ พอบวกกับการขับเคลื่อนธุรกิจที่มีการวางแผนด้วยส่วนสำคัญ 9 ช่องของ Business Model Canvas (BMC) มาอย่างดี รวมทั้งการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถเปลี่ยนชีวิต ‘แม่ค้ามือใหม่’ กลายเป็น ‘สาวนักธุรกิจ’ เงินล้าน! ภายในระยะเวลา 2-3 ปี เท่านั้น

“สิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจ “ขนมทันจิตต์” เติบโตขึ้นมาได้จนถึงทุกวันนี้ เริ่มต้นมาจาก Brand DNA ของเราที่ปลูกฝังมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ว่า เราคือครอบครัวนักรังสรรค์ขนมด้วยความสนุก ยินดีแบ่งปันความอร่อย และส่งต่อความสุขเต็มอิ่มให้กับทุกๆคน แบบไม่มีวันหมด … เราจึงตั้งใจและเชื่อมั่นว่า “เผือกกรอบรูปตะแกรง ตรา ทันจิตต์” ที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี จะเป็นอันดับหนึ่งของ Taro Chips ในประเทศไทย ภายในเวลาไม่กี่ปีแน่นอน” นักธุรกิจสาวบรรยายด้วยรอยยิ้มพร้อมให้ความสำเร็จค่อยๆ เดินเข้ามาทักทาย

ปัจจุบันในส่วนของยอดขายจากช่องทางออนไลน์นั้นก็ประสบความสำเร็จไปอีกขั้นอย่างงดงาม โดยที่ล่าสุด “ขนมทันจิตต์” ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 จากการประกวดสุดยอด Thailand e-commerce Genius 2023 รวมทั้งได้รับรางวัลพิเศษจากแพลตฟอร์ม Shopee และ Lazada จัดโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

บทส่งท้าย ‘เผือกกรอบรูปตะแกรง ตรา ทันจิตต์’ สู่ความสำเร็จ

ถึงตรงนี้เมื่อถามถึงเป้าหมายในอนาคต? ‘ขนมทันจิตต์’ ไม่คิดที่จะหยุดนิ่ง ‘ความสำเร็จ’ ไว้แค่ตรงนี้ จากประสบการณ์ในช่วงที่ผ่านมาของวิกฤตโควิด-19 ประกอบกับการวางแผนเป้าหมายในระยะยาวที่ต้องการยกระดับผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาและต่อยอดจากเผือก และจำหน่ายภายใต้แบรนด์ ‘ทันจิตต์’ จึงได้มีโอกาสทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยเป็นการพัฒนากระบวนการปลูกเผือกในพื้นที่เป้าหมายให้ได้มาตรฐาน

นอกเหนือจากเป้าหมายที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ‘ขนมทันจิตต์’ ได้มีออกแบบกระบวนการและรูปแบบของธุรกิจที่จะผลักดันให้เกิดการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนได้ โดยการหมุนเวียนของทรัพยากรกลับมาใช้ เพื่อลดการเกิดของเสีย จนนำไปสู่การไม่มีของเสียเกิดขึ้น โดยนำเผือกบางส่วนที่ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตเผือกกรอบ มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ขนมเพิ่มเติม ได้แก่ เผือกแท่งอบกรอบ เคลือบรสกล้วย และเคลือบรสอะโวคาโด (Vegan) ซึ่งไม่ผ่านกระบวนการทอด ไม่มีไขมันทรานส์ ไม่มีสารเติมแต่ง ไม่มีสารกันเสีย รวมทั้งการนำเปลือกเผือกที่เหลือจากกระบวนการผลิต ต่อยอดและสร้างสรรค์ออกมาเป็น รองเท้าหนังจากเปลือกเผือก (Vegan Leather) จนได้รับรางวัล 1 ใน 10 สุดยอดผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ Creative DIPROM in Circular Economy ประเภทการออกแบบ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจตามแนวความคิด BCG Model เป็นรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจให้เกิดความมั่นคง บนความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและความเท่าเทียมของสังคม

“การที่เราได้มีโอกาสเรียนรู้จากจุดเริ่มต้นในการเข้าร่วมโครงการ Digital DNA และโครงการอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งในปัจจุบันที่เราได้มีการพัฒนาต่อยอดสิ่งต่างๆของ ‘ขนมทันจิตต์’ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้เรารู้สึก ‘ขอบคุณ’ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หรือDPU ที่เป็นจุดเริ่มต้นในวันนั้น นำมาสู่การเชื่อมโยงจุดต่างๆ ทำให้เราได้รับโอกาสดีๆ ตามมามากมาย” แม่ค้าเงินล้านย้ำ

“ที่สำคัญในช่วงที่เรากำลังพัฒนาและต่อยอดแผนธุรกิจ เรามีที่ปรึกษาสำคัญอีก 2 ท่าน คือ ‘ดร.รชฏ ขำบุญ’ คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) และ ‘ดร.คุณากร วิวัฒนากรวงศ์’ รองคณบดีฯ ที่ให้คำปรึกษาจนเรามีองค์ความรู้ต่างๆ  DPU เป็นเหมือนทั้งเพื่อน ที่ปรึกษา และ พันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นกันเอง จริงใจ หากมีข้อสงสัยตรงไหนสามารถสอบถามได้ตลอด ถึงแม้ว่าจะจบโครงการแล้ว ต้องขอขอบคุณ DPU ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ‘ขนมทันจิตต์’ มีวันนี้ได้” เธอกล่าวทิ้งท้าย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- Advertisement -