‘รฟท.’ยื่นโนติส’กรมที่ดิน’ฉบับที่ 2! ยันต้องเพิกถอนโฉนดเขากระโดง 5 พันไร่-ขู่ฟ้องศาล

12

“…ทำให้ รฟท.เชื่อได้ว่า เป็นการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่บริเวณเขากระโดง โดยความคลาดเคลื่อนเกิดจากเจ้าพนักงานที่ดิน ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในการออกโฉนดที่ดินตามกฎหมาย ย่อมต้องทราบถึงการมีอยู่ของที่ดินดังกล่าว หากได้ใช้ความระมัดระวังในการตรวจสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง…”

จนถึงบัดนี้ยังคงไม่มีบทสรุป

สำหรับมหากาพย์ ‘ทวงคืน’ ที่ดินรถไฟ ‘เขากระโดง’ จ.บุรีรัมย์ เนื้อที่ 5,083 ไร่ โดยเฉพาะการเดินหน้าเพิกถอนโฉนดที่ดิน 2 แปลง ที่ออกโดยมิชอบ ได้แก่

โฉนดที่ดินเลขที่ 3466 ซึ่งปัจจุบันอยู่ในการครอบครองของบริษัท ศิลาชัย บุรีรัมย์ (1991) จำกัด ของคนในตระกูล ‘ชิดชอบ’ และโฉนดที่ดินเลขที่ 8564 ที่อยู่ในการครอบครองของคนในตระกูลชิดชอบเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งบ้านพักของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ด้วย

แม้ว่าล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ก.ย.2564 วีระ สมความคิด ในฐานะเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ขอให้ไต่สวน นิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยละเว้นไม่ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้บุกรุกครอบครองที่ดิน รฟท. บริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์

แต่ทว่าการเดินหน้าเพิกถอนโฉนดที่ดินรถไฟเขากระโดงกว่า 700 แปลง ซึ่งรวมถึงโฉนดที่ดินอีก 2 แปลง ที่มีความเกี่ยวพันกับคนในตระกูลชิดชอบนั้น กำลังจะกลายเป็น ‘ข้อพิพาททางกฎหมาย’ ระหว่างหน่วยงานของภาครัฐ 2 หน่วยงาน คือ กรมที่ดิน และ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

ซึ่งในท้ายที่สุดอาจถึงขั้นต้องมีการ ‘ฟ้องร้อง’ กันเองในศาลฯ

ย้อนไทม์ไลน์ ‘รฟท.’แจ้ง ‘กรมที่ดิน’ ถอนโฉนดเขากระโดง

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2564 ผู้ว่าฯรฟท. (นิรุฒ มณีพันธ์) ทำ หนังสือที่ รฟ1/1911/2564 ลงวันที่ 23 มิ.ย.2564 ถึงอธิบดีกรมที่ดิน (นิสิต จันทร์สมวงศ์) โดยขอให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดที่ดินที่ออกทับที่ดินของ รฟท. ในพื้นที่เขากระโดง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เนื้อที่ประมาณ 5,083 ไร่

ต่อมา กรมที่ดิน มี หนังสือกรมที่ดินที่ มท 0516.2/15527 ลงวันที่ 27 ก.ค.2564 ตอบกลับไปยัง รฟท. พร้อมออกเอกสารข่าวแจ้งต่อสื่อมวลชนในวันเดียวกัน (27 ก.ค.) มีเนื้อหาสรุปได้ 3 ประเด็น ได้แก่

ประเด็นแรก กรณีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 842-872/2560 และที่ 8027/2561 ว่า ที่ดินเนื้อที่ประมาณ 194 ไร่ เป็นที่ดินของการรถไฟฯ แต่มีราษฎรได้ยื่นขอออกโฉนดที่ดินตาม ส.ค.1 และมีหลักฐาน น.ส.3 นั้น กรมที่ดินได้แจ้งให้จังหวัดบุรีรัมย์พิจารณาดำเนินการเพิกถอน ส.ค.1 และ น.ส.3 แล้ว

ประเด็นที่สอง กรณีขอให้กรมที่ดินเพิกถอน ‘หนังสือแสดงสิทธิ’ ในที่ดินทุกแปลง ที่ออกในพื้นที่ของ รฟท. เนื้อที่ 5,083 ไร่ นั้น กรมที่ดินขอให้ รฟท.ส่งแผนที่แนบท้ายพ.ร.ฎ.ว่าด้วยการจัดซื้อที่ดินฯ พ.ศ.2464 ให้กรมที่ดิน เพื่อให้จังหวัดบุรีรัมย์ตรวจสอบว่า มีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแปลงใดบ้างที่ออกไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และดำเนินการเพิกถอนต่อไป

ประเด็นที่สาม กรณีโฉนดที่ดินเลขที่ 3466, 8564 ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เนื้อที่ 44 ไร่ กรมที่ดินขอให้ รฟท.ฟ้องต่อศาลฯเพื่อให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนโฉนดทั้ง 2 แปลง ตามคำแนะนำของสำนักงานอัยการสูงสุด เนื่องจากกรมที่ดินไม่ใช่ผู้เสียหาย

รฟท.ยืนยัน ‘กรมที่ดิน’ ต้องใช้ ‘ม.61’ เพิกถอนโฉนด 2 แปลง

อย่างไรก็ดี ในอีกไม่ถึง 1 เดือนต่อมา ผู้ว่าฯรฟท. (นิรุฒ มณีพันธ์) มีหนังสือที่ รฟ 1/2291/2564 ลงวันที่ 20 ส.ค.2564 เรื่อง ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกรณีการเพิกถอนโฉนดที่ดินที่ออกทับที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ถึงอธิบดีกรมที่ดินอีกครั้ง แจ้งว่า กรณีการเพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 3466,8564 นั้น

รฟท.ยืนยันว่า กรมที่ดินต้องดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ออกทับที่ดินของ รฟท. ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 เนื่องจากการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่บริเวณเขากระโดงดังกล่าว เป็นการออกเอกสารสิทธิ์ ที่เกิดจากความ ‘คลาดเคลื่อน’ ของเจ้าพนักงานที่ดิน ซึ่งย่อมต้องทราบถึงการมีอยู่ของที่ดินของ รฟท. ดังกล่าว โดยมีรายละเอียด ดังนี้

“…ตามที่กรมที่ดินได้หารือสำนักงานอัยการสูงสุด กรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า การออกโฉนดที่ดิน 3466 และ 8564 เป็นการออกโฉนดในที่ดินของ รฟท. ซึ่งเป็นที่สงวนหวงห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดิน จึงเป็นการออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ให้แจ้งให้กรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าวตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61…

ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดได้มีคำวินิจฉัย ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินเป็นผู้มีอำนาจฟ้องดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 3466 และ 8564 ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ นั้น

รฟท.ขอเรียนให้ทราบว่า ตามคำวินิจฉัยของสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นกรณีที่กรมที่ดินได้มีหนังสือหารือเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่แจ้งให้กรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61

ซึ่ง รฟท. ไม่ทราบว่ากรมที่ดินได้หารือประเด็นใด รวมถึงการจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยช่องสำนักงานอัยการสูงสุดเพียงใด

อย่างไรก็ดี รฟท.ได้นำคำวินิจฉัยของสำนักงานอัยการสูงสุดมาพิจารณาในการดำเนินการแล้วเห็นว่า การที่มีการออกเอกสารสิทธิ์ทับบนที่ดินที่สันนิษฐานว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของ รฟท. เป็นกรณีที่ประชาชนผู้ถือเอกสารสิทธิ์ในที่ดินที่ออกโดยทางราชการและอาศัยอยู่ในที่ดินตามเอกสารสิทธิ์ดังกล่าวเป็นผู้อาศัยในที่ดินโดยสุจริต

รฟท.จึงไม่มีความประสงค์ที่จะดำเนินคดีกับประชาชนผู้ถือเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยทางราชการ แต่จะดำเนินการโดยมุ่งเน้นพิสูจน์ข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

เมื่อกรมที่ดินเป็นหน่วยงานที่ดำเนินงานออกหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้ราษฎร และให้บริการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น และมีข้อเท็จจริงปรากฎตามผลของคำพิพากษาศาลฎีกาดังข้างต้น

ทำให้ รฟท.เชื่อได้ว่า เป็นการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่บริเวณเขากระโดง โดยความคลาดเคลื่อนเกิดจากเจ้าพนักงานที่ดิน ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ในการออกโฉนดที่ดินตามกฎหมาย ย่อมต้องทราบถึงการมีอยู่ของที่ดินดังกล่าว หากได้ใช้ความระมัดระวังในการตรวจสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น รฟท.จึงยืนยันขอให้กรมที่ดินพิจารณาดำเนินการตามกรอบอำนาจหน้าที่โดยพิจารณาการเพิกถอนโฉนดที่ออกทับที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 ต่อไป” หนังสือที่ รฟ 1/2291/2564 ลงวันที่ 20 ส.ค.2564 (อ่านเอกสารประกอบ)

‘กรมที่ดิน’ ส่งหนังสือยืนยันครั้งที่ 2 ให้ ‘รฟท.’ ฟ้องเอง

ล่าสุดแหล่งข่าวจาก รฟท. กล่าวกับสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ว่า หลังจากทาง ผู้ว่าฯ รฟท. ได้ส่งหนังสือฉบับที่ 2 (หนังสือที่ รฟ 1/2291/2564 ลงวันที่ 20 ส.ค.2564) ไปยังอธิบดีกรมที่ดิน โดย รฟท.ยืนยันว่า ขอให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดที่ดิน 2 แปลง คือ โฉนดที่ดินเลขที่ 3466 และ 8564 ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์

แต่ปรากฏว่าในช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา กรมที่ดินได้ส่งหนังสือฉบับที่ 2 ตอบกลับมายัง รฟท. ว่า ขอให้ รฟท.ฟ้องศาลเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินทั้ง 2 แปลงเอง โดยอ้างว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของ รฟท. พร้อมทั้งยืนยันว่า กรมที่ดินจะไม่ใช้อำนาจตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพิกถอนโฉนดที่ดินตามที่ รฟท.ร้องขอมา

ดังนั้น ผู้ว่าฯรฟท.เตรียมทำหนังสือฉบับที่ 3 ส่งไปยังอธิบดีกรมที่ดิน เพื่อขอให้กรมที่ดินใช้อำนาจตามมาตรา 61 เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 3466 และ 8564 อีกครั้ง โดยจะให้เวลากรมที่ดินเป็นเวลา 15 วัน ในการเริ่มกระบวนการเพิกถอนโฉนดที่ดินทั้ง 2 แปลง แต่หากกรมที่ดินไม่ดำเนินการ รฟท.จะฟ้องศาลฯเพื่อขอให้ศาลฯสั่งให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนด

“ที่กรมที่ดินทำหนังสือฉบับที่ 2 ตอบกลับมายัง รฟท. โดยยืนยันจะไม่เพิกถอนโฉนดที่ดิน 2 แปลง (3466 และ 8564) โดนอ้างว่าเป็นที่ดินที่ รฟท.ครอบครอบนั้น ในขั้นตอนต่อผู้ว่าฯ รฟท. จะทำหนังสือกลับไปยังกรมที่ดินอีกรอบ โดยให้เวลา 15 วันในการเริ่มกระบวนการเพิกถอนโฉนด และถ้ากรมที่ดินยังไม่ทำ รฟท.จะฟ้องกรมที่ดินต่อไป” แหล่งข่าวระบุ

เหล่านี้เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุด เกี่ยวกับความคืบหน้าในการเพิกถอนโฉนดที่ดินเขากระโดง 2 แปลง ที่มีการเกี่ยวพันกับนักการเมืองตระกูลดัง ‘ชิดชอบ’ ในขณที่หน่วยงานของรัฐ ทั้ง ‘รฟท.’ และ ‘กรมที่ดิน’ ต่างก็โยนลูกกันไปมา ว่า การเพิกถอนโฉนดที่ดินทั้ง 2 แปลง

ใครจะต้องรับหน้าที่ไปดำเนินการ!

Cr : https://www.isranews.org/article/isranews-scoop/103885-SRT-DOL-Kaokradong-Buriram-enforcement-revoke-title-deed-report.html

- Advertisement -