วันศุกร์ 9 ตุลาคม 2026
หน้าแรก สังคม ‘หมอเกรียงศักดิ์’ เดือดอัด อภ.’โกหก’ กระบวนจัดซื้อชุดตรวจ ATK

‘หมอเกรียงศักดิ์’ เดือดอัด อภ.’โกหก’ กระบวนจัดซื้อชุดตรวจ ATK

63

“หมอเกรียงศักดิ์” เดือด อัดองค์การเภสัชกรรมโกหก กระบวนจัดซื้อชุดตรวจ ATK ล็อบบี้ขอลดสเป็ค
วันที่ 14 ส.ค. นายแพทย์เกรียงติศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ในฐานะประธานคณะกรรมการต่อรองราคา สปสช. เปิดเผยเช้านี้ผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์” ทางช่อง 9 อสมท.ว่า สำหรับการจัดซื้อ สปสช.เป็นเจ้าของเงินในการจัดซื้อจะดหา แต่ในอดีตสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเคยตีความว่าการจัดซื้อจัดหาในอดีตน่าจะไม่ใช่บทบาทหน้าที่ของ สปสช.ในฐานะเจ้าของเงิน จึงมีมติคณะรัฐมนตรีออกมาในอดีตว่าต่อไปนี้ หากสปสช.จะจัดซื้อวัสดุหรือครุภัณฑ์การแพทย์ใดก็ตาม สปสช.ต้องไม่จัดซื้อเองโดยให้องค์การเภสัชกรรม(อภ.) เป็นผู้ดำเนินการ โดยที่ผ่านมาในก่อนเดือน เม.ย. สปสช.ได้ตั้งคณะทำงานคณะกรรมการต่อรองราคา ซึ่งมีตนเป็นประธานในการจัดซื้อวัสดุหรือครุภัณฑ์การแพทย์ต่างๆ จนมาถึงการได้เป็นคณะทำงานในการจัดซื้อชุดตรวจเร็ว Antigen Test Kit หรือ ATK ซึ่งเลขา สปสช.ได้มองไว้ล่วงหน้าคงหลีกไม่พ้นในระยะยาวในการหาชุด ATK ให้บริการกับคนไทยให้กว้างขวางมากขึ้น

นายแพทย์เกรียงติศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับ ATK เป็นเรื่องเร่งด่วน โดยสปสช.ได้ทำหนังสือไปเมื่อวันที่ 22 ก.ค. ผ่านถึงโรงพยาบาลราชวิถีไปถึงองค์การเภสัชกรรม โดยขอให้ดำเนินการเร่งด่วน เนื่องจากมีมติของบอร์ดแล้วเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ในการจัดซื้อจัดหา ซึ่งคำว่าเร่งด่วนของราชการกำหนดให้ซื้อเจาะจงได้ตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 2560 หรือเรียกว่าวิธีพิเศษ ซึ่งเป็นวิธีเลือกซื้อได้เลย เพราะหากใช้วิธีอื่นจะทำให้เกิดความล่าช้า จึงต้องเจาะจงการจัดซื้อเมื่อเกิดเรื่องเร่งด่วน

ทั้งนี้ ผู้ดำเนินรายการได้บอกกับนายแพทย์เกรียงติศักดิ์ว่า เมื่อวานได้คุยกับผู้บริหารองค์การเภสัชกรรม โดยเขาบอกว่าได้ถามมาที่สปสช.แล้วว่าหากจะใช้ ATK ที่องค์การอนามัยโลกรับรองจะมี 2 ยี่ห้อ แต่ที่มาขึ้นทะเบียนกับ อย.มีอยู่ยี่ห้อเดียว ซึ่งผู้บริหารองค์การเภสัชกรรมบอกว่า ทาง สปสช.เกิดอาการลังเล อ้ำอึ้ง ไม่ตอบกลับไปให้ชัดว่าจะตัดสินใจจะเลือกหรือไม่หากเหลือเพียงยี่ห้อเดียว ทำให้องค์การเภสัชกรรมกลับไปใช้ระเบียบจัดซื้อปกติ นายแพทย์เกรียงติศักดิ์ กล่าวว่า “โกหกครับ เพราะมีผมเป็นประธานคณะทำงาน เพราะเรารู้ระเบียบที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ว่ากรมบัญชีกลาง สตง.และกฤษฎีกา เห็นชอบและรับรู้ในระเบียบข้อนี้อยู่แล้วว่า 115 เขามีมติในที่ประชุม 21 ก.ค.แล้ว แล้วก็พูดเองว่าสามารถดำเนินการได้เลยเพราะออกโดยกรมบัญชีกลางอยู่แล้ว จริงๆเค้ามีลับลมคมในเพราะในมติในวันที่ 15 ก.ค.ก็มีมติให้ประสานกับคณะกรรมการต่อรองราคา แต่ปรากฎว่าไม่ประสานอะไรเลย เขาไปดำเนินการก่อนเลย เค้าจะแบ่งซื้อ 1 ล้านเทสต์ในช่วงแรกจากบริษัทหนึ่งที่แพงกว่าที่เราเสนอไป เพราะเราได้ผ่านมติบอร์ดว่าราคา 120 บาท ต้องรวมค่าขนส่งจนถึงสถานที่และไม่มีค่าแอดมินใดๆ อีกแล้ว แต่ก็ทราบมาว่าจะมีการจัดซื้อโดยแยกซื้อไปก่อน 1 ล้านชุดโดยอ้างว่าต้องการเร่งด่วน และอีก 7.5 ล้านชุดจะใช้วิธีการประมูล ซึ่งเราบอกว่าไม่เห็นด้วยจะแบ่งซื้อแบ่งจ้างทำไม และสืบวงในมาได้ว่าจะจัดซื้อก่อนในราคา 200 บาทมาจากราคาชุดตรวจ 160 บาทและขนส่งอีก 40 บาท แต่เราเคยได้ต่อรองเบื้องต้นแล้วว่า 120 บาทรวมค่าขนส่ง จึงได้สั่งผู้ประสานงาน สปสช.ไปว่าไม่ให้ทำอย่างนั้น ก็เลยจะเกิดการประมูล 8.5 ชุด แล้วให้ผมไปในฐานะสังเกตการณ์ในวันประมูล”

นายแพทย์เกรียงติศักดิ์ กล่าวอีกว่า เราไม่ทราบกระบวนใดๆ เลยในการต่อรองราคา ตนจึงแจ้งให้คณะกรรมการต่อรองราคาทั้งหมดไปร่วมรับรู้การประมูลตรงนี้ด้วย โดยในวันที่จะยื่นซองประมูลบริษัทที่เราเคยต่อรองคืบหน้ามาสองเจ้าไม่มีสิทธิที่จะยื่นทั้งคู่เลย ซึ่งเขาอ้างว่าประสานงานไม่ได้ และเราก็เป็นแค่ผู้สังเกตการณ์ จึงมีการล้มการเปิดซองในวันนั้น แล้วแจ้งกับเราว่าเขามี พ.ร.บ.ของเขาอยู่ไม่ใช่ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แต่เขาบอกว่าถ้าจะเจาะจงก็เจาะจงได้ ถ้าลูกค้าต้องการต้องทำหนังสือเป็นทางการมา ตนจึงเรียกประชุมคณะกรรมการต่อรองราคาทันที แล้วเราก็ยืนยันกลับไปด้วยหลักการณ์ เหตุผลและข้อกฎหมายต่างๆ โดยมั่นใจว่าสามารถทำเฉพาะเจาะจงได้ โดยหนังสือที่ทำกลับไปมีทีโออาร์ไปทำไปให้ด้วยเลย เพราะได้ตรวจสอบราคามาก่อนแล้วกับสองบริษัทที่องค์การอนามัยโลกรับรอง

“แต่ปรากฏว่าองค์การเภสัชกรรม กลับไม่ทำอย่างนั้น แล้วก็มาบอกว่าถ้าจะให้ทำอย่างนั้นจะต้องให้เราทำหนังสือไป เราก็ทำหนังสือไปวันที่ 29 ก.ค. ให้รพ.ราชวิถีเพราะเราไม่มีหน้าที่โดยตรงแล้วก็ ซีซี ส่งไปที่เค้า แล้วเขาก็มาล็อบบี้ขอกับเจ้าหน้าที่เราเป็นการภายในว่าเรื่องเร่งด่วนเค้าขอใช้วิธีจัดซื้อแบบของเค้าได้ไหม และขอให้เราตัดคำว่า WHO ออก ตัดคำว่าการตีพิมพ์ออกได้ไหม แล้วก็บอกว่าจะสามารถจัดซื้อได้ภายใน 7 วันส่งของ ซึ่งก็ตรงกับวันที่ 10 สิงหาคม เราก็เลยยอมตรงข้อนี้ไปให้ ไม่ใช่ว่าเราปรับเปลี่ยนไปปรับเปลี่ยนมา จากนั้นมาขอให้ผมปรับสเป็คอีก แต่ผมไม่ยอมแล้วเพราะจะถูกนำมาเป็นข้ออ้างอีกแน่นอนว่าเราปรับเปลี่ยนสเป็ค เราทำงานอย่างละเอียดรอบคอบมาแล้ว วันสุดท้ายวันที่ 5 ที่ 6 ขอปรับสเปคเราอีก แต่เราไม่ยอม ผมไม่ยอมเพราะคุณจะต้องเอามาเป็นข้ออ้างแน่นอนว่าเราปรับเปลี่ยนสเปค ทั้งที่เรายืนยันตั้งแต่ 9 ก.ค.แล้วว่าให้เจาะจง เราไม่กลัว เพราะเรามีหลังอิงอยู่แล้ว มีหลักการและเหตุผลอยู่แล้ว สตง.เองก็บอกว่าไม่จำเป็น คณะกรรมการที่ประชุมด้านกฎหมายก็ยืนยันว่าจริงๆไม่ต้องมีทีโออาร์ก็ได้ ส่งของก่อนก็ยังได้”นายแพทย์เกรียงติศักดิ์ ระบุ

ทั้งนี้ ผู้ดำเนินรายการถามว่า องค์การเภสัชกรรมมีบริษัทในใจแล้วหรือไม่ นายแพทย์เกรียงติศักดิ์ กล่าวว่า “ไม่ทราบหรอกครับ ผู้ดำเนินรายการต้องไปเช็คเอง”

Cr : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/954450?anf=

- Advertisement -