“…เอกสารแนบที่แสดงข้อมูลของบริษัทเอกชนหลายแห่งที่นำมาใช้ประกอบการทำสัญญาครั้งนี้ มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ คือ ลายเซ็นและตราประทับที่ปรากฎในเอกสารจะเป็นของตัวแทน บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด และตัวแทนของ อคส.เท่านั้น ไม่มีลายเซ็นและตราประทับของเอกชนที่ปรากฎข้อมูลในเอกสารแต่อย่างใด…”
ประเด็นตรวจสอบโครงการจัดซื้อถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) กับบริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท การ์เดียน กรุ๊ป จำกัด) มูลค่ากว่า 112,500 ล้านบาท ที่ปัจจุบันคณะอนุกรรมการไต่สวน ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกหนังสือแจ้งผู้เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐ และเอกชน ให้มารับทราบข้อกล่าวหาและแก้ข้อกล่าวหาตามขั้นตอนทางกฎหมายอยู่ในขณะนี้นั้น
ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา ตรวจสอบพบหลักฐานสำคัญชุดใหม่ เกี่ยวกับเอกสารแนบประกอบการทำสัญญาซื้อขายสินค้าในโครงการฯ นี้ ระหว่าง อคส. และ บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ที่มีการนำเอกสารทางธุรกิจภาพถ่ายสินค้าของบริษัทผู้ผลิตถุงมือยางในประเทศไทยหลายแห่ง มาใช้ในการอ้างอิง โดยที่บริษัทผู้ผลิตถุงมือยางเหล่านี้ไม่เคยทราบข้อมูลหรือมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วย
โดยในการทำสัญญาซื้อขายสินค้าถุงมือยาง ระหว่าง อคส. และ บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ดังกล่าว ในข้อ 3 มีการระบุเอกสารอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา 3.1 เป็นรายการคุณลักษณะเฉพาะ จำนวน 35 หน้า ซึ่งให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาเอาไว้ด้วย ซึ่งรายการคุณลักษณะเฉพาะดังกล่าว เป็นเอกสารแสดงข้อมูลทางธุรกิจและผลิตภัณฑ์สินค้าถุงมือยางของเอกชนไว้จำนวนหลายแห่ง อาทิ บริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน) บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นต้น (ดูภาพเอกสารประกอบ)
เอกสารแสดงข้อมูลทางธุรกิจของบริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน)

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ ให้ข้อมูลยืนยันสำนักข่าวอิศราเพิ่มเติมว่า เอกสารแนบที่แสดงข้อมูลของบริษัทเอกชนหลายแห่งที่นำมาใช้ประกอบการทำสัญญาครั้งนี้ มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ คือ ลายเซ็นและตราประทับที่ปรากฎในเอกสารจะเป็นของตัวแทน บริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จำกัด และตัวแทนของ อคส.เท่านั้น ไม่มีลายเซ็นและตราประทับของเอกชนที่ปรากฎข้อมูลในเอกสารแต่อย่างใด
“ในช่วงหลังจากที่โครงการฯ นี้ เกิดปัญหาขึ้น ได้มีการมอบหมายให้ อคส.ไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า เอกชนหลายแห่งที่ถูกนำชื่อและเอกสารมาใช้ ไม่มีกำลังการผลิตเพียงพอที่จะส่งสินค้าถุงมือยางได้ โดยในส่วนของบริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของสินค้ายี่ห้อMOMO GLOVE ทราบว่าเป็นบริษัทผู้ผลิตสินค้าอันดับสอง รองจากศรีตรังในอุตสาหกรรมผลิตและจำหน่ายถุงมือยาง มีมาตรฐานต่างๆ ที่สามารถส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาได้ แต่มีไลน์ผลิต 15 ไลน์ผลิต มีกำลังการผลิตแค่ 800,000 กล่อง ต่อเดือนเท่านั้น และในช่วงที่ไปสอบถามข้อมูลได้รับแจ้งว่า บริษัทยังไม่สามารถลงทุนได้ในช่วงนั้น” แหล่งข่าวระบุ
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา รายงานว่า ภายหลังรับทราบข้อมูลดังกล่าว ได้ติดต่อไปยังบริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่บริษัทฯ ว่า ที่ผ่านมาบริษัทซันไทยเคยถูกแอบอ้างในเรื่องของใบรับรองอยู่บ่อยครั้ง และได้พยายามที่จะออกประกาศเตือนไปแล้ว อย่างไรก็ดี ถ้าหากสำนักข่าวอิศรายังมีประเด็นข้อสงสัยอยู่ขอให้ทำหนังสือแจ้งเข้ามาสอบถามกับทางบริษัทฯ เพื่อจะได้ตอบคำถามให้ชัดเจนอีกครั้ง

อ้างอิงรูปภาพจากเฟซบุ๊กบริษัท ซันไทยอุตสาหกรรมถุงมือยาง จำกัด (มหาชน)
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา รายงานว่า ได้ติดต่อไปยังบริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องนี้เช่นกัน
เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ให้ข้อมูลกับทางสำนักข่าวอิศราว่า ในประเด็นเรื่องใบรับรองผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั้น ต้องขอเรียนว่าที่ผ่านมา นับตั้งแต่เกิดกรณีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางบริษัทถูกแอบอ้างในเรื่องของใบรับรองผลิตภัณฑ์หลายครั้ง ซึ่งในบางครั้งก็ถึงขั้นมีการมาปลอมแปลงถุงมือยางของบริษัท และก็มีกรณีที่ผู้ไม่หวังดีแอบอ้างว่าเป็นเซลล์ของบริษัทมาแอบอ้างขายถุงมือยางอยู่หน้าที่ทำการบริษัทศรีตรังเลยก็มี ดังนั้นทางบริษัทจึงต้องมีการแจกใบปลิวเป็นระยะๆ เพื่อที่จะแจ้งเตือนถึงประเด็นการแอบอ้างเหล่านี้

อ้างอิงรูปภาพจากเฟซบุ๊กบริษัทศรีตรังโกลฟ
ส่วนกรณีโครงการซื้อขายถุงมือยางแสนล้านบาทของอคส.นั้น เจ้าหน้าที่บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ฯ กล่าวว่า ทางบริษัทฯ คงต้องขอสืบค้นในรายละเอียดดูก่อน ว่า อคส.ได้เคยมาติดต่อกับบริษัทหรือไม่ แต่ทั้งนี้ต้องขอเรียนด้วยว่าในประเด็นเรื่องของการขายสินค้าไปยังต่างประเทศนั้น บริษัทฯ ไม่มีความจำเป็นจะต้องตั้งบริษัทอื่นเพื่อให้มาเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่อย่างใด เพราะว่าบริษัทฯ มีสาขาในต่างประเทศอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกำลังการผลิตของบริษัทฯ ว่าจะสามารถผลิตถุงมือยางได้ตามจำนวนที่เป็นข่าวหรือไม่ เจ้าหน้าที่บริษัทฯ กล่าวว่า การผลิตถุงมือยางในระดับร้อยล้านกล่องนั้นต้องขอเรียนว่าบริษัทฯ มีออเดอร์และมีคิวเข้ามาอยู่แล้ว ถ้าจะให้อยู่ดีๆไปผลิตถุงมือยางเพื่อรองรับกับจำนวนดังกล่าวโดยทันทีนั้นคงไม่สามารถทำได้เช่นกัน
เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ยังระบุด้วยว่า ถ้าหากผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรามีประเด็นอื่นๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ยังสงสัย ก็ขอให้ทำหนังสือพร้อมทั้งประเด็นคำถามสอบถามมายังบริษัทศรีตรังเพิ่มเติม เพื่อทางบริษัทจะได้เตรียมตอบคำถามในประเด็นที่สำนักข่าวสงสัยต่อไป
Cr : https://www.isranews.org/article/isranews/98680-Sritrangsunthai02.html










