‘วิชา’ ฟาดแรง คดีธรรมนัส ทำลายเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ

23

11 พ.ค.64 – นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โพสต์เฟสบุ๊กถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไม่ต้องพ้นสถานะรัฐมนตรี กรณีต้องคำพิพากษาจำคุกคดียาเสพติดที่ประเทศออสเตรเลียว่า แม้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ถูกร้องเคยต้องคำพิพากษาศาลออสเตรเลียถึงที่สุดว่า ได้กระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด ก่อนสมัครรับเลือกตั้งส.ส. แต่มิใช่คำพิพากษาของศาลไทย ผู้ถูกร้องจึงไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(10) จึงเกิดข้อถกเถียงทางวิชาการว่า แนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวถูกต้องตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญปี2560หรือไม่ หากศึกษารายละเอียดในคำปรารภรัฐธรรมนูญปี2560 จะปรากฏข้อความตอนหนึ่งว่า “เพื่อมิให้ผู้บริหารที่ปราศจากคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลเข้ามามีอำนาจปกครองบ้านเมือง หรือใช้อำนาจตามอำเภอใจ” เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญจึงเป็นที่แน่ชัดว่า ออกแบบมาเพื่อตรวจสอบและขจัดผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีปัญหาด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล มิให้มีอำนาจปกครองบ้านเมือง อันเป็นปัญหาร้ายแรงที่สุดตลอดมาในการปกครองบ้านเมือง ปัญหาด้านจริยธรรมของผู้บริหารที่ขาดความเชื่อถือศรัทธาจากประชาชน แต่ไม่ยอมออกจากตำแหน่ง โดยอ้างประชาชนเป็นผู้เลือกให้ทำหน้าที่ ทำให้เกิดวิกฤติศรัทธา ล้มเหลวการบริหารราชกาแผ่นดิน

นายวิชาระบุว่า การตีความโดยเคร่งครัดตามลายลักษณ์อักษรของศาลรัฐธรรมนูญ จึงกระทบกระเทือนต่อภารกิจอันสำคัญยิ่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องเป็นผู้คุ้มครองป้องกันและรักษาไว้ซึ่งเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ตามหลักรัฐธรรมนูญนิยม และก่อให้เกิดผลในทางที่ไม่น่าจะเป็น หรือผลประหลาด หรือผลอันไม่คาดคิด ดังเช่นคดีนี้ย่อมสร้างความประหลาดใจแก่รัฐต่างประเทศว่า บุคคลซึ่งกระทำผิดและถูกตัดสินโดยศาลต่างประเทศ ย่อมเดินทางกลับมาเป็นผู้ปกครองประเทศ หรือบริหารราชการแผ่นดินไทยได้ทั้งสิ้น ก่อให้เกิดมาตรฐานจริยธรรมที่แตกต่างกับลักษณะสากลอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่11 และคณะที่13 เคยประชุมร่วมกันและมีความเห็นตามบันทึกกฤษฎีกาที่ 127/2563ว่า กรณีที่ใช้ผลของคำพิพากษาของศาลต่างประเทศมารับฟังเป็นพยานหลักฐานในฐานะข้อเท็จจริง มิใช่มาบังคับโทษในประเทศไทย ย่อมเป็นสิ่งที่กระทำได้.

Cr : https://www.thaipost.net/main/detail/102520

- Advertisement -