“นักธุรกิจไทย” กว่า 5 พันรายรอรัฐไฟเขียวจ่อบิน “เซอร์เบีย” ฉีดวัคซีนโควิด-19 ฟรี!

18

บริษัททัวร์เตรียมจัดทริป “วัคซีนทัวร์” พานักธุรกิจไทยไป “เซอร์เบีย” หลังเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติฉีดวัคซีนฟรี สามารถเลือกชนิดวัคซีนได้ ใช้เวลาแค่ 2 สัปดาห์ เผยนักธุรกิจ-สายบันเทิงพร้อมเช่าเหมาลำ พบกลุ่มที่ต้องการมีกว่า 5 พันราย ขอรัฐบาลเร่งสนับสนุน ด้าน “ผู้ว่าฯ ททท.” ชี้ สามารถทำได้ ไม่ขัด พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยว ขณะที่ “ผอ.กองควบคุมโรค” ระบุกลับเข้าประเทศต้องกักตัว 14 วัน ผู้ประกอบการ ยัน “ดูไบ” ไม่ฉีดให้คนต่างชาติ

จากปัญหาการขาดแคลนวัคซีนต้านโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลไทยไม่สามารถจัดหาได้ทันและเพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่โควิด-19 กลับมาระบาดระลอกที่ 3 อีกทั้งยังเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ได้รวดเร็วและมีอาการรุนแรงกว่าเดิม ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยพยายามดิ้นรนเพื่อให้ได้ฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองและคนในครอบครัว ล่าสุด ได้มีบางประเทศออกมาประกาศนโยบายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไปสามารถฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ได้ฟรี เพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว จึงมีนักธุรกิจไทยส่วนหนึ่งที่เรียกร้องให้บริษัททัวร์จัดทริป “วัคซีนทัวร์” เพื่อไปฉีดวัคซีนในประเทศดังกล่าว ซึ่งหากฟังข้อมูลจากผู้ประกอบการทัวร์แล้วก็มีความเป็นไปได้อยู่ไม่น้อย

นางเนตรนภา แก้วแสงธรรม ผู้บริหารบริษัท ซียูอะเกน จำกัด แอนด์ โอเปอร์เรเตอร์ ยุโรป

นางเนตรนภา แก้วแสงธรรม ผู้บริหารบริษัท ซียูอะเกน จำกัด แอนด์ โอเปอร์เรเตอร์ ยุโรป บริษัทที่เชี่ยวชาญในการจัดทัวร์แบบส่วนตัว เปิดเผยว่า เนื่องจากตอนนี้ตอนนี้ไทยเผชิญกับโควิด-19 ระลอก 3 ซึ่งเป็นไวรัสสายพันธุ์อังกฤษที่เชื้อมีความรุนแรงและแพร่ระบาดรวดเร็ว ขณะที่โรงพยาบาลประสบปัญหาเตียงขาดแคลน และความล่าช้าในการฉีดวัคซีนเนื่องจากภาครัฐไม่สามารถจัดหาวัคซีนได้เพียงพอต่อความต้องการ จึงมีลูกค้าแสดงความจำนงเข้ามาจำนวนมากว่าต้องการให้บริษัททัวร์ของเราจัดทริปพาไปฉีดวัคซีนในต่างประเทศ ที่เรียกว่า วัคซีนทัวร์ เพราะเขามองว่าเขาเป็นกลุ่มอาชีพเสี่ยงเนื่องจากต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก เช่น นักธุรกิจ กลุ่มที่ทำธุรกิจด้านบันเทิง เช่น จัดงานอีเวนต์ นักร้องนักแสดง ผู้ที่ทำงานในสถานบันเทิง ซึ่งมีกำลังที่สามารถจะเดินทางไปฉีดวัคซีนในต่างประเทศได้ หากคนกลุ่มนี้ได้ฉีดวัคซีนและมีภูมิคุ้มกันเขาก็สามารถรับงานหรือดำเนินธุรกิจต่อไปได้

ทางบริษัทจึงประสานงานไปยังพาร์ตเนอร์ในประเทศต่างๆ ซึ่งมีวัคซีนต้านโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพและมีนโยบายฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไปในประเทศของเขาเพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น ประเทศในแถบยุโรป และนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ ซึ่งมีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ โดยจากตรวจสอบไปที่ดูไบ ทางพาร์ตเนอร์แจ้งว่ารัฐบาลของเขาฉีดให้เฉพาะประชาชนในประเทศเท่านั้น ไม่มีได้มีนโยบายฉีดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุแต่อย่างใด

ข้อมูลจากเอเยนซีทัวร์ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งยืนยันว่าดูไบไม่มีนโยบายฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ให้แก่ชาวต่างชาติแต่อย่างใด

ผู้บริหารบริษัท ซียูอะเกน กล่าวต่อว่า แต่เมื่อตรวจสอบไปทางประเทศในแถบยุโรปพบว่ามีความน่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากบางประเทศ เช่น รัสเซีย และประเทศเซอร์เบียซึ่งอยู่ในยุโรปตะวันออก มีปริมาณวัคซีนต้านโควิด-19 เหลือเป็นจำนวนมากเนื่องจากประชาชนของเขาไม่ต้องการฉีด รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะนำวัคซีนดังกล่าวมาฉีดในนักท่องเที่ยวต่างชาติฟรีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยประเทศที่น่าสนใจมากคือ เซอร์เบีย เนื่องจากสามารถเดินเข้าประเทศโดยไม่ต้องมีการกักตัว เพียงแต่มีผลการตรวจจากประเทศต้นทางยืนยันว่าไม่ติดเชื้อโควิด-19

ที่สำคัญสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อเลือกชนิดของวัคซีนที่ต้องการฉีดได้ (ปัจจุบันเซอร์เบีย มีวัคซีนให้ประชาชนเลือกฉีดได้ถึง 4 ยี่ห้อ ได้แก่ ไฟเซอร์ ของสหรัฐฯ แอสตร้าเซนเนก้า ของอังกฤษ สปุตนิกไฟว์ ของรัสเซีย และซิโนฟาร์ม ของจีน) หรือหากไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้านักท่องเที่ยวก็สามารถไปฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ที่โรงพยาบาลของรัฐได้เลยเพียงแต่ไม่สามารถเลือกชนิดวัคซีนได้ อีกทั้งข้อดีของเซอร์เบียคือ หากใครมีวีซ่าสหรัฐเมริกา หรืออังกฤษ ก็เข้าประเทศเซอร์เบียได้เลยโดยไม่ต้องทำวีซ่า และตอนนี้ยังมีเที่ยวบินที่บินไปเซอร์เบียอยู่ ส่วนประเทศรัสเซียนั้นคนไทยไม่ค่อยให้ความสนใจ เนื่องจากรัสเซียใช้วัคซีนสปุตนิก ซึ่งเป็นวัคซีนที่คนไทยไม่มั่นใจในประสิทธิภาพ แม้ปัจุบันรัฐบาลรัสเซียจะอนุญาตให้ชาวต่างชาติฉีดได้อย่างกว้างขวางก็ตาม

“กลุ่มสถานบันเทิงเป็นกลุ่มที่ประสบปัญหาหนักมากเพราะเป็นธุรกิจกลุ่มแรกที่ถูกปิดก่อนเป็นอันดับแรกทุกครั้งที่มีการแพร่ระบาดหนัก เขาจึงพยายามดิ้นรนหาวัคซีน ถ้าเจ้าของธุรกิจและทีมงานได้ฉีดวัคซีนเขาก็จะมีโอกาสที่จะเปิดทำธุรกิจได้ ซึ่งประเทศที่น่าสนใจคือ เซอร์เบีย เนื่องจากวัคซีนไฟเซอร์ซึ่งเป็นหนึ่งในวัคซีนที่เซอร์เบียฉีดให้ประชาชนอยู่นั้นฉีดแค่เข็มเดียว โดยใช้เวลาแค่ 14 วัน นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปฉีดวัคซีนที่เซอร์เบียจึงไม่ต้องเสียเวลานานเป็นเดือนเหมือนการฉีดวัคซีนชนิดอื่น หลังฉีดแล้วอยู่ที่เซอร์เบีย 7 วัน อีก 7 วันสามารถเดินทางท่องเที่ยวในประเทศใกล้เคียงอย่างแอลเบเนีย
ซึ่งฟรีวีซ่าให้แก่คนไทย และอัตราการติดเชื้อโควิด-19 ต่ำ หรือประเทศตุรกีที่คนไทยสามารถถือหนังสือเดินทางเข้าประเทศได้เลย ไม่ต้องขอวีซ่าเช่นกัน หากพำนักอยู่ไม่เกิน 30 วัน” นางเนตรนภา ระบุ

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

สำหรับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฉีดวัคซีนที่ประเทศเซอร์เบียนั้น ผู้บริหารบริษัท ซียูอะเกน อธิบายว่า หากอยู่ที่เซอร์เบีย 14 วัน ค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของค่าทัวร์ อาหารและค่าที่พัก (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน) จะอยู่ที่หลักหมื่นปลายๆ สำหรับอิโคโนมีทัวร์ ส่วนบิสิเนสทัวร์จะสูงกว่านั้น ซึ่งจากข้อมูลพบว่ากลุ่มที่ต้องการเดินทางไปฉีดวัคซีนในต่างประเทศนั้นมีจำนวนไม่น้อยทีเดียว ทั้งที่เป็นกลุ่มธุรกิจและกลุ่มครอบครัว ซึ่งจากการประเมินน่าจะไม่ต่ำกว่า 5,000 คน

“หากรัฐบาลอนุญาตให้ทำทัวร์พาคนไทยไปฉีดวัคซีนในต่างประเทศได้ น่าจะมีคนที่จองทริปไม่ต่ำกว่า 5,000 คน หรือประมาณ 20 เที่ยวบิน ในส่วนของบริษัททัวร์ของเราซึ่งพาคนไทยไปฉีดวัคซีนที่เซอร์เบีย จะทำเป็น 2 แพกเกจ คือ อีโคโนมีกับบิสิเนส โดยอีโคโนมีจะไม่ถึงแสน ส่วนบิสิเนสจะสูงหน่อยเพราะอาหาร ที่พัก และทริปท่องเที่ยวจะหรูหรากว่า ตอนนี้มีลูกค้าจำนวนมากที่ต้องการให้เราจัดทริปให้ มีกลุ่มหนึ่งเขาแจ้งว่าถ้าจองวัคซีนได้เขาพร้อมบิน โดยจะเช่าเหมาลำเพื่อพาทีมงานไปฉีดวัคซีน ซึ่งเรามองว่ากลุ่มนี้น่าจะเป็นผู้ประกอบการสถานบันเทิงซึ่งเป็นกลุ่มที่รายได้ดีแต่มีความเสี่ยงสูง” ผู้บริหารบริษัท ซียูอะเกน ระบุ

นางเนตรนภา กล่าวต่อว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการธุรกิจทัวร์ต้องการคือความชัดเจนจากรัฐบาล ว่ามีนโยบายในเรื่องดังกล่าวอย่างไร การนำนักท่องเที่ยวไทยไปฉีดวัคซีนในต่างประเทศสามารถทำได้หรือไม่ รัฐบาลจะสนับสนุนในส่วนใดได้บ้าง และผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วเดินทางกลับเข้าประเทศจำเป็นต้องกักตัวหรือไม่ ใช้เวลาเท่าไหร่ในการกักตัว โดยอยากให้รัฐบาลวางแนวทางให้ชัดเจนเพื่อที่ผู้ประกอบการจะได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

“ผู้ประกอบการบริษัททัวร์มองว่าการนำคนไทยไปฉีดวัคซีนในต่างประเทศเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ช่วยลดภาระในการจัดหาวัคซีนของรัฐบาล ผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วสามารถทำมาหากินได้ ทำให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียน ช่วยกระตุ้นธุรกิจทัวร์ที่ประสบปัญหาอย่างหนักจากผลกระทบของโควิด-19 ที่สำคัญจะช่วยป้องกันการติดเชื้อหรือการแพร่ระบาดไปยังเด็กและผู้สูงอายุของแต่ละครอบครัวด้วย” ผู้บริหารบริษัท ซียูอะเกน กล่าว

นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข

ขณะที่ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยในเรื่องดังกล่าวว่า การที่บริษัททัวร์จะพาคนไทยออกไปฉีดวัคซีนในต่างประเทศนั้นในส่วนของกฎระเบียบเกี่ยวกับธุรกิจท่องเที่ยวไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่ได้ขัดกับ พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยว จึงคิดว่าสามารถทำได้ เช่นเดียวกับการพาทัวร์ไปศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี อย่างไรก็ดี ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลว่าจะอนุญาตให้เดินทางไปยังประเทศนั้นๆ ได้หรือไม่

ด้าน นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า การที่คนไทยจะเดินทางไปฉีดวัคซีนในต่างประเทศนั้นสามารถทำได้ ในทางสาธารณสุขไม่ได้มีข้อห้าม แต่เมื่อเดินทางกลับเข้ามาก็ต้องกักตัวในสเตทควอรันทีนตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กำหนด โดยปัจจุบันเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดกลับมารุนแรงและมีเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่เข้ามา ศบค. จึงกำหนดให้ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วันเท่ากันทุกเคส ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนในต่างประเทศนั้น ปกติหลังจากฉีดแล้วแพทย์จะให้รอเชื้อฟักตัวเป็นเวลา 14 วันจึงจะให้เดินทางกลับได้ แปลว่าผู้ที่เดินทางไปฉีดวัคซีนในต่างประเทศจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือนจึงจะกลับมาใช้ชีวิตปกติได้

“เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกในขณะนี้มีความรุนแรง และไทยเองก็กลับมาระบาดระลอกใหม่ ดังนั้นจากที่ไทยเคยลดระยะเวลาการกักตัวในสเตทควอรันทีนสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 14 วันแล้วเหลือแค่ 7 วัน ก็ต้องกลับมาใช้มาตรการเดิมคือกักตัว 14 วันเท่ากันหมดทุกคน และต้องอยู่ภายในห้องพักจนครบ 14 วัน ไม่สามารถออกมาเดินเล่นในช่วงวันท้ายๆ ได้ โดยก่อนที่จะเดินทางกลับเข้ามาจะต้องติดต่อสถานทูตไทยประจำประเทศนั้นๆ เพื่อขอจองที่พักของสเตทควอรันทีนก่อน แต่ต่างกับที่คนไทยที่จะเดินทางกลับเข้ามาไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์หรือผลตรวจไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนจะได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศเหมือนชาวต่างชาติ” ผอ.กองควบคุมโรคฯ ระบุ

ทั้งนี้ สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ประเทศเซอร์เบียมีประชาชนที่มีสิทธิได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 แต่ไม่มาฉีดถึงเกือบ 3 ใน 4 ของจำนวนฉีดวัคซีนที่ทางรัฐบาลจัดเตรียมเอาไว้ให้ ขณะที่รัฐบาลเซอร์เบียใช้ประโยชน์จากการที่มหาอำนาจฝั่งตะวันออกและตะวันตกพยายามใช้วัคซีนเป็นเครื่องมือทางการทูต ทำให้รัฐบาลเซอร์เบียสามารถสั่งจองวัคซีนไปได้ถึง 15 ล้านโดส ซึ่งเกินความต้องการของประเทศที่มีประชากรเพียง 7 ล้านคน ดังนั้น รัฐบาลเซอร์เบียจึงตัดสินใจนำวัคซีนดังกล่าวไปฉีดให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางไปเซอร์เบียซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ไม่น้อย และจากนโยบายดังกล่าวส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจากประเทศใกล้เคียงเดินทางมายังเซอร์เบียเพื่อฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก

ขณะที่บางรัฐของสหรัฐอเมริกาก็มีนโยบายฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเช่นกัน โดยล่าสุด Mike Dunleavy ผู้ว่าการรัฐอะแลสกาได้แถลงข่าวเปิดตัว “ทัวร์ฉีดวัคซีน” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอะแลสกา โดยวัคซีนที่รัฐอะแลสกาฉีดให้ฟรีเป็นวัคซีนของ “ไฟเซอร์” และ “โมเดอร์นา” ซึ่งสหรัฐฯ เชื่อว่าเป็นวัคซีนที่ดีที่สุดในขณะนี้ ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวสหรัฐฯ จะได้รับการฉีดต้านโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.นี้ ที่สนามบินใหญ่ 4 แห่ง คือ อังคอเรจ จูนัว เคทชิกัน แฟร์แบงก์ และจะเริ่มทดลองฉีดในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ ที่สนามบินอังคอเรจ ก่อน

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกที่สนามบินแล้ว สามารถไปรับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ได้ทุกรัฐในสหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่พำนักในสหรัฐฯ โดยหากเป็นวัคซีนของ “ไฟเซอร์” เมื่อฉีดเข็มแรกแล้ว ต้องรอ 21 วันจึงจะฉีดเข็มที่ 2 ได้ ส่วนวัคซีนของ “โมเดอร์นา” เมื่อฉีดเข็มแรกแล้ว ต้องรอ 28 วัน จึงจะฉีดเข็มที่ 2 ได้ ดังนั้น ผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนให้ครบ 2 เข็มจึงต้องพำนักหรือท่องเที่ยวในสหรัฐฯ ให้ครบ 21-28 วัน

Cr : https://mgronline.com/specialscoop/detail/9640000040290

- Advertisement -