สหรัฐแนะนำหยุดใช้วัคซีนโควิดของ J&J ชั่วคราว

12

หน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขภาพของสหรัฐมีคำแนะนำให้หยุดใช้วัคซีนโควิด-19 ของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันชั่วคราวเพื่อป้องกันไว้ก่อน สืบเนื่องจากความวิตกว่าวัคซีนนี้อาจเชื่อมโยงกับการเกิดภาวะหลอดเลือดดำในสมองอุดตัน ซึ่งพบในผู้ที่ฉีดวัคซีนนี้ที่สหรัฐแล้ว 6 ราย โดยมีรายงานว่าเสียชีวิตแล้ว 1 คน

ความผิดปกติที่เกี่ยวกับภาวะลิ่มเลือดที่พบได้น้อยมากนี้คล้ายกับที่พบในคนกลุ่มน้อยมากเช่นกันที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าในยุโรป วัคซีนทั้งของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า กับของบริษัท จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (เจแอนด์เจ) ต่างใช้เทคโนโลยีไวรัสอะดีโนเป็นตัวนำพา วัคซีนของแอสตร้าฯมีข้อดีที่ราคาถูก ส่วนของเจแอนด์เจใช้การฉีดเพียงโดสเดียว ทั้งสองชนิดสามารถเก็บในตู้เย็นทั่วไปได้

รายงานเอเอฟพีวันอังคารที่ 13 เมษายน อ้างคำแถลงร่วมกันของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (ซีดีซี) ว่าหน่วยงานทั้งสองกำลังประเมินกรณีที่ “อาจมีนัยสำคัญ” จากผู้ได้รับวัคซีนเจแอนด์เจจำนวน 6 ราย ที่มีรายงานว่าเกิดภาวะหลอดเลือดดำในสมองอุดตัน (ซีวีเอสที) ร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ทุกรายเป็นสตรี โดยมีอายุระหว่าง 18-48 ปี ทั้งหมดมีอาการภายหลังได้รับวัคซีน 6-14 วัน

ถึงวันจันทร์ที่ผ่านมา ในสหรัฐมีผู้ได้รับวัคซีนของเจแอนด์เจแล้วมากกว่า 6.8 ล้านคน ซึ่งหมายความว่าผลกระทบที่พบได้ยากมากนี้เกิดในอัตราประมาณ 1 ในล้าน

เอฟดีเอแนะนำว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนเจแอนด์เจแล้วมีอาการปวดศีรษะรุนแรง, ปวดท้อง, ปวดขา หรือหายใจถี่ ภายในเวลา 3 สัปดาห์หลังการฉีดวัคซีน ควรติดต่อผู้ให้บริการดูแลสุขภาพ

ซีดีซีจะเรียกประชุมคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในวันพุธ เพื่อประเมินกรณีเหล่านี้และนัยสำคัญเพิ่มเติม ส่วนเอฟดีเอก็จะดำเนินการสอบสวนต่างหากด้วย ระหว่างนี้จนกว่ากระบวนการนั้นจะเสร็จสมบูรณ์ ทั้งสองหน่วยงานนี้แนะนำให้หยุดการใช้งานชั่วคราว เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน ให้มั่นใจว่าประชาคมทางการแพทย์ตระหนักถึงพัฒนาการนี้และอาจพัฒนาแผนการรักษาที่เหมาะสม

ทั้งซีดีซีและเอฟดีเอย้ำว่า เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เหล่านี้พบน้อยมากๆ

ด้านเจแอนด์เจกล่าวว่า กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานผู้ตรวจสอบเหล่านี้ และว่ายังไม่พบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่ชัดเจนระหว่างเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์กับวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตโดยบริษัท แจนเซน บริษัทเภสัชภัณฑ์ในเครือเจแอนด์เจ

นิวยอร์กไทมส์รายงานอ้างเจ้าหน้าที่หลายรายว่า มีสตรีคนหนึ่งในกลุ่มนี้เสียชีวิต และมีสตรีรายที่ 2 ในรัฐเนแบรสกาต้องรักษาในโรงพยาบาลด้วยอาการขั้นวิกฤติ

เมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน หน่วยงานกำกับดูแลของยุโรปกล่าวว่า พบความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ระหว่างวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าฯ กับปัญหาลิ่มเลือดที่พบได้น้อยมาก ซึ่งทำให้มีคนกลุ่มเล็กๆ ที่ได้รับวัคซีนนี้เสียชีวิต แต่พวกเขาแนะนำให้ใช้วัคซีนนี้ต่อไปโดยระบุว่าความเสี่ยงมีน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบประโยชน์

Cr : https://www.thaipost.net/main/detail/99407

Cr : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2068921

- Advertisement -