สทท.ขานรับ!!นโยบาย”เปิดประเทศ”เลือกจ.ภูเก็ตนำร่อง รายได้ 105,000 ล้าน

15

สทท. ร่วมกับ ททท. ผนึกกำลัง ภาครัฐ เอกชน จัดแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ เลือก “ไข่มุกอันดามัน” จ.ภูเก็ต เป็นโครงการนำร่อง ขานรับนโยบาย “เปิดประเทศ” 1ก.ค.64 ตั้งเป้าสร้างรายได้ กว่าแสนล้านบาท

วันที่29 มี.ค.64 เวลา 10.00 น.ที่ โรงแรมเอเชีย กทม. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นำโดย นายชำนาญ ศรีสวัดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สทท.) พร้อมด้วยผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ร่วมกันแถลงข่าว “การเปิดประเทศอย่างปลอดภัย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวคิด BCG” โดย นายชำนาญ กล่าวว่า หลังจากภาครัฐ โดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยกเลิกนโยบายการกักตัว 14 วัน สำหรับ นักท่องเที่ยวที่ได้รับ “วัคซีนพาสปอร์ต” โดยไม่ต้อง State Quarantine

ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี และ ให้เริ่มดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.64 เป็นต้นไป ทำให้มั่นใจว่าต่อไปนี้คนไทยจะยิ้มได้แล้ว หลังจากธุรกิจท่องเที่ยวซบเซามานาน จากปัญหาการแพร่ระบาดของ โควิด-19 โดยเลือก จ.ภูเก็ต สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ ภาคใต้ฝั่งดามันเป็น โครงการนำร่อง ในยุทธศาสตร์ “ภูเก็ตโมเดล” ภายใต้ การกำกับของกระทรวงสาธารณสุข ด้วยการให้ประชาชนชาวภูเก็ตได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้มากที่สุดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

สำหรับยุทธศาสตร์ “ภูเก็ตโมเดล” คือ การรณรงค์ ส่งเสริมให้มีการฉีดวัคซีนป้องกัน โควิด19 โดยที่ผ่านมา ได้ตั้งจุดฉีดวัคซีน กระจายทั้งเกาะภูกเก็ต รวม9จุด จากประชากรกลุ่มเป้าหมาย อายุ18ปี ขึ้นไป รวม 4แสนราย แบ่งออกเป็น ชาวภูเก็ตดั้งเดิน ชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยว และ แรงงานต่างด้าว โดยให้ภาครัฐสนับสนุน วัคซีน 9 แสนโดส คาดว่าจะใช้เวลา 8-10วัน จะดำเนินให้ให้แล้วเสร็จทั้งหมด

นายวิชิต ประกอบโกศล รองประธานสทท. ที่รับผิดชอบด้านการตลาด กล่าวถึงกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเดินทางเข้ามาที่ภูเก็ต ระหว่าง ก.ค.-ธ.ค. แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม คือ 1.จีน ฮ่องกง และ มาเก๊า ซึ่งมีกำลังซื้อค่อนข้างสูงและที่สำคัญ ไม่มีปัญหาการติดเชื้อโควิด-19 2.ยุโรป และ สหรัฐอเมริกา 3.เอเชีย ตะวันออก เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และ ไต้หวัน 4. อาเชียน 10ชาติ และ 5.เอชียใต้ ตะวันออกกลาง ซึ่งชาติที่มีความพร้อมที่สุดสุด คือ ยูเออี โดยคาดการณ์ว่าจะมีรายได้ประมาณ หนึ่งแสนห้าพันล้านบาท แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐที่จะมาสนับสนุน โดยเฉพาะ มาตรการ จับคู่ประเทศท่องเที่ยว ปัญหาสำคัญคือ

“นักท่องเที่ยวจากจีนเมื่อจะมาไทยไม่ต้องกักตัว แต่ปัญหาคือเมื่อเขาจะเดินทางกลับบ้านที่เมืองจีนส่วนใหญ่จะถูกกักตัวใน State Quarantine ดังนั้นร รัฐบาลไทยต้องเร่งเจรจากับจีน เพื่อจับคู่ประเทศท่องเที่ยว ไทย-จีน ไม่ต้องใช้มาตรการนี้ ซึ่งทำได้อยู่แล้ว แต่ให้เอกชนทำไม่ได้ ภาครัฐต้องช่วยด้านนี้” นายวิชิต กล่าว

นอกจากนี้รองประธาน สทท. ยังกล่าวถึง วัคซีนพาสสปอร์ต ถือเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่นานาชาติยอมรับ เพราะได้รับการรับรองจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) และสายการบินทั่วโลก ยอมรับ ถ้าประเทศไทย มีนโยบายยอมรับเงื่อนไขนี้ จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวช่วยผู้ประกอบการได้ลืมตาอ้าปากได้แน่ และ ที่สำคัญ เมื่อนโยบายเปิดประเทศได้รับความสำเร็จ จากโครงการนำร่อง จ.ภูเก็ตแล้ว เราก็ สามารถเดินหน้าต่อ ในพื้นที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น กระบี่ พังงา สมุย พัทยา และ เชียงใหม่

Cr : https://www.mtoday.co.th/72286

- Advertisement -