วันพุธ 4 พฤศจิกายน 2026
หน้าแรก ทั่วไป LGBTQ+ ร้องสื่อ ถูกแก๊งอ้างเป็นตร.อุ้มล่าตัวเพื่อน บังคับล้มคดีทำร้ายร่างกาย ขู่ยัดยา หากแจ้งความเพิ่ม

LGBTQ+ ร้องสื่อ ถูกแก๊งอ้างเป็นตร.อุ้มล่าตัวเพื่อน บังคับล้มคดีทำร้ายร่างกาย ขู่ยัดยา หากแจ้งความเพิ่ม

1

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นายเมษา (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี สาวประเภทสอง (LGBTQ+) ได้ร้องเรียนกับสื่อมวลชน หลังตกเป็นเหยื่อ ถูกกลุ่มคน ทั้งชายและหญิง รวม 11 คน ถูกเข้ามาที่ห้องพัก แล้วบังคับขึ้นรถให้ไปตามหาบุคคล ซึ่งเป็นเพื่อนของตนเอง ที่ห้องพักแห่งหนึ่งย่านพัทยาใต้ โดยอ้างว่ามีหมายจับ เมื่อตนเองไปถึงได้เคาะเรียกเพื่อน ชื่อณัฐ ที่เป็น LGBTQ+ จากนั้น ผู้ชายที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตัว แจ้งกลับ นายณัฐ แล้วพาขึ้นรถออกไป โดยอ้างว่าจะไปโรงพักพัทยา แต่กับพาไปที่อื่น ภายหลังได้พูดคุยเจรจากัน ก่อนผู้ชายสองคนในทีม จะพาตัวเองไปส่งห้องพัก

ก่อนที่กลุ่มผู้หญิงซึ่งตนเองรู้จักคือ น.ส.ยุ้ย น.ส.ยิ้ม น.ส.เรวดี ได้ข่มขู่ตนเองว่าให้ไปถอนแจ้งความในคดีเก่าที่เคยแจ้งไว้ ในเรื่องของการทำร้ายร่างกาย ซึ่งตนเองอ้างว่าไม่พบร้อยเวรเจ้าของคดี จึงไม่สามารถถอนแจ้งความได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวให้กับตนเองเป็นจำนวนมาก ถึงขั้นต้องย้ายห้องพักไปอยู่ที่อื่น

ต่อมานายณัฐพล หรือณัฐ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ได้เดินทางตั้งแต่หนึ่งทุ่มกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา หลังถูกปล่อยตัวมา โดยให้ข้อมูลว่ากลุ่มบุคคนที่อ้างตัวเป็นตำรวจ แจ้งว่าเพื่อนมีหมายจับจากจังหวัดลพบุรี จะควบคุมตัวไปดำเนินคดี ซึ่งตนเองยืนยันว่าไม่มีอย่างแน่นอน แต่ไม่ได้พามาที่สภ.เมืองพัทยา ตนเองจึงถามว่าจะไปไหนเพราะคนละทาง ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุแจ้งว่าจะพาไปทำธุระ ก่อนจะพานั่งรถไปพื้นที่สัตหีบ ในระหว่างเดินทาง พยายามเกลี้ยกล่อมให้เลิกยุ่งกับคดีทำร้ายร่างกายของเพื่อน

นอกจากนี้ยัง สั่งห้ามให้ไปแจ้งความเพิ่ม และห้ามไปยุ่งกับคดีโดยเด็ดขาด ไม่งั้นจะถูกยัดยาเสพติด ทั้งยังข่มขู่ว่าสามารถทำให้ทุกคนมีคดีติดตัวได้ ก่อนจะนำไปปล่อยทิ้งไว้ที่สถานีน้ำมันแห่ง ในพื้นที่สัตหีบ ตนเองต้องอาศัยรถโดยสารกลับที่พักในภายหลัง

เบื้องต้นพ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา หลังรับแจ้งได้ นำกำลังลงพื้นที่หาเบาะแส จนรู้ตัวกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันก่อเหตุแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุข้อเท็จจริงได้ จะต้องรอให้ผู้เสียหายเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลเหล่านั้นจะเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ หากพบว่ามีการกระทำผิดก็จะต้องดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายโดยไม่มีข้อละเว้น

- Advertisement -