เมื่อเวลา 06.00 น. ( 21 ตุลาคม 2569 ) พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี นำกำลังตำรวจ จาก 2 โรงพัก ประกอบด้วย สภ.บางละมุง , สภ.หนองปรือ , ตำรวจชุดสืบสวน และ ชุดปฏิบัติการพิเศษ ของ ภ.จว.ชลบุรี ร่วมกับ นางสาวหทัยรัตน์ คีรีวัลย์ พาณิชย์จังหวัดชลบุรี , นายจาตุรงค์ บุญสุวรรณ์ ผู้ชำนาญการ กรมที่ดินจังหวัดชลบุรี นำหมายค้นศาลจังหวัดพัทยา เข้าทำการตรวจสอบ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ในเขตเขตพื้นที่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยมีการเข้าตรวจค้น ทั้งหมด 12 จุด ซึ่งต้องสงสัยว่ามีการชาวต่างชาติอยู่เบื้องหลังและใช้นอมินีในการยึดของที่ดินในประเทศไทยแบบ 100%
โดย 1 ในแผนปฏิบัติการตรวจค้นในครั้งนี้ พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี มีการเข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง เลขที่ 15/16 ซอยร่วมสุข 12 ม.3 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านหรู มีเนื้อที่ 1.2 ไร่ จากการเข้าตรวจสอบภายในบ้าน พบชายชาวจีน 3 คน อาศัยอยู่ภายในบ้านตรวจสอบหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) พบว่าเพิ่งเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่ภายในบ้านพบชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ประกอบยังไม่แล้วเสร็จกว่า 100 เครื่อง (เครื่องซีพียูคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ,เม้าส์,คีย์บอร์ด) ซึ่งทั้งหมดมีซีรี่นัมเบอร์และสัญลักษณ์เป็นภาษาจีน ตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดอายัดไว้ทำการตรวจสอบ เนื่องจากสงสัยว่า เตรียมจะนำไปใช้ในการทำงานอะไรบ้างอย่าง ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย อีกทั้งยังพบว่า 1 ในชาวจีน มีการเปิดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งของประเทศไทย พบว่าในแต่ละเดือนมีเงินเข้าออก เดือนละ 200,000 บาท / ทุกเดือน โดยชาวจีนดังกล่าวอ้างว่าเป็นเงินค่าเช่าบ้าน

นอกจากนี้ ตำรวจ พร้อม เจ้าหน้าที่พาณิชย์ และ เจ้าหน้าที่กรมที่ดินมีการตรวจสอบโฉนดที่ดินบ้านหลังดังกล่าวพบว่า มีการ ซื้อ ในนาม “บริษัท พัทยาวิสชั่น จำกัด” ซึ่งเป็นบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่เมื่อตรวจสอบเชิงลึกพบว่า บริษัทดังกล่าว ผู้ถือหุ้นทั้งหมด เป็น ”ชาวจีน“ จึงทำให้บ้านและที่ดินดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมายการถือครองที่ดินของต่างด้าว แบบ 100% “ตามกฎหมายไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยตรง” เจ้าหน้าที่จึงมีการตรวจสอบ พร้อมทั้งจะมีคำสั่งให้เร่งจำหน่าย (บังคับจำหน่าย) ภายใน 180 วัน
ขณะที่การเข้าตรวจค้นอีก 11 จุด ในเขตพื้นที่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พบว่ามีที่ดินจำนวนหลายแปลง มีการถือครองลักษณะผิดปกติ จากกลุ่มคนหลายสัญชาติ โดยมีการจดทะเบียนบริษัทฯ ร่วมกับคนไทย ในการซื้อขาย อสังหาริมทรัพย์ และ ที่ดิน ซึ่งตำรวจ ร่วมกัน พาณิชย์จังหวัดชลบุรี – กรมที่ดิน มีการเชิญตัวทั้งหมดมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ห้อง ศปก.ชั้น 4 ของ สภ.บางละมุง โดยให้ผู้ที่ถูกเชิญตัวทั้งหมดนำเอกสารมายืนยัน และ สอบปากคำเพิ่มเติม

พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตาม นโยบาย ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะการใช้บุคคลสัญชาติไทยถือครองธุรกิจและที่ดินแทนชาวต่างชาติโดยมิชอบ ซึ่งทาง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. จึงได้มีการมอบหมายให้ พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบช.ภ. 2 เร่งดำเนินการกวาดล้างกลุ่มเครือข่ายนอมินีในเขตภาคตะวันออกอย่างจริงจัง
ส่วนผลการปฏิบัติ ในวันนี้ พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี กล่าวว่า จากการ บูรณาการปฏิบัติการตรวจสอบเครือข่ายธุรกิจที่เข้าข่ายใช้คนไทยเป็นตัวแทนถือครองทรัพย์สินแทนชาวต่างชาติ หรือที่เรียกว่า “นอมินี” ในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ผลการสืบสวนพบบริษัทที่เข้าข่ายกระทำผิดจำนวน 12 บริษัท ตรวจสอบบ้านพัก 11 หลัง ที่ดิน 16 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ มูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกว่า 800 ล้านบาท
ด้านการ ดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง พบกลุ่มเข้าข่ายกระทำ รวม 85 ราย จาก 8 สัญชาติ ประกอบด้วยชาวไทย 54 ราย จีน 14 ราย อินเดีย 7 ราย อิสราเอล 3 ราย รัสเซีย 2 ราย ฟิลิปปินส์ 2 ราย เบลเยียม 1 ราย ฝรั่งเศส 1 ราย และอังกฤษ 1 ราย โดยมีการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและกฎหมายที่ดิน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน เอกสาร และข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อขยายผลตรวจสอบความเชื่อมโยงของเครือข่ายและดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย
ด้านเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เปิดเผยว่า หลังจากนี้หากตรวจสอบพบว่า มีการถือครองที่ดินโดยมิชอบ ในลักษณะของเครือข่ายนอมินี ทางกรมที่ดินจะมีการสืบสวนอย่างเข้มข้น หากพบว่ากระทำผิดจริง ก็จะเข้าสู่กระบวนการบังคับจำหน่ายที่ดินภายใน 180 วัน และหลังจากมีการจำหน่ายบังคับจำหน่าย เจ้าหน้าที่จะมีการติดตามการโอนเพื่อไม่ให้เปลี่ยนตัวนอมินีวนกลับมาซ้ำอีก ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีการกระทำผิดน้อยลง เนื่องจากกลุ่มต่างชาติเริ่มมีความกังวล จากการ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกวาดล้างอย่างจริงจัง











