วันพุธ 23 กันยายน 2026
หน้าแรก การเมือง สี จิ้นผิง – โดนัลด์ ทรัมป์ พบกันรอบนี้ จับตาจีน–สหรัฐ วางกติกาการค้ารอบใหม่

สี จิ้นผิง – โดนัลด์ ทรัมป์ พบกันรอบนี้ จับตาจีน–สหรัฐ วางกติกาการค้ารอบใหม่

1

การพบกันระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงวอชิงตัน วันที่ 24 กันยายนนี้ มีอีกประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา คือ ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ หลังทั้ง 2 ฝ่ายเดินหน้าเจรจาต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งเรื่องภาษี การเปิดตลาด และการจัดตั้งกลไกใหม่เพื่อรับมือข้อขัดแย้งทางการค้าและการลงทุนในระยะยาว

ก่อนการพบกันของผู้นำเพียงไม่กี่วัน เหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายจีนในการเจรจาเศรษฐกิจและการค้ากับสหรัฐ นำคณะหารือกับสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ และเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ ที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 20 กันยายน โดยทั้ง 2 ฝ่ายหารือถึงการดำเนินการตามฉันทามติจากการเจรจารอบก่อนหน้า รวมถึงประเด็นเศรษฐกิจและการค้าที่อยู่ในความสนใจร่วมกัน

จุดที่น่าจับตาในเวลานี้ คือ ความพยายามทำให้การเจรจาระหว่าง 2 ประเทศ มีโครงสร้างที่ชัดเจนและต่อเนื่องมากขึ้น

กลไกการหารือในปัจจุบันมีจุดเริ่มต้นจากการเจรจาที่นครเจนีวาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 เมื่อจีนและสหรัฐตกลงจัดตั้งกลไกหารือด้านเศรษฐกิจและการค้า โดยมีเหอ ลี่เฟิงเป็นผู้แทนฝ่ายจีน ขณะที่ฝ่ายสหรัฐมีรัฐมนตรีคลังและผู้แทนการค้าสหรัฐเป็นคู่เจรจาหลัก

ต่อมา ในการเจรจาที่เกาหลีใต้เมื่อวันที่ 12–13 พฤษภาคม 2026 ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงในหลักการที่จะจัดตั้ง Board of Trade และ Board of Investment เพื่อเป็นช่องทางหารือประเด็นการค้าและการลงทุนโดยเฉพาะ

หนึ่งในเรื่องที่อยู่ระหว่างหารือภายใต้ Board of Trade คือ กรอบลดภาษีแบบต่างตอบแทน ครอบคลุมสินค้าที่มีมูลค่าเท่าเทียมกัน ฝ่ายละอย่างน้อย 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกรอบลดภาษีนี้ยังไม่ใช่ข้อตกลงที่มีผลบังคับใช้ กระทรวงพาณิชย์จีนระบุเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมาว่า ทั้ง 2 ฝ่ายยังอยู่ระหว่างหารือรายละเอียด และต้องการผลักดันให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว

ส่วน Board of Trade และ Board of Investment ก็ยังอยู่ระหว่างกำหนดโครงสร้าง หน้าที่ และรูปแบบการทำงาน โดยจีนและสหรัฐต่างเปิดรับความคิดเห็นจากภาคธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำไปกำหนดรายละเอียดของกลไกดังกล่าว

การเจรจายังครอบคลุมอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีและการเปิดตลาดสินค้า ตัวอย่างที่ฝ่ายจีนเปิดเผยก่อนหน้านี้ มีทั้งการส่งออกผลิตภัณฑ์นม สินค้าประมง และไม้ประดับของจีนเข้าสหรัฐ ขณะที่จีนพิจารณาข้อกังวลของสหรัฐเรื่องการขึ้นทะเบียนโรงงานเนื้อวัวและการนำเข้าสัตว์ปีกจากบางรัฐ นอกจากนี้ ยังมีการหารือเรื่องการซื้อเครื่องบินจากสหรัฐ และการจัดหาเครื่องยนต์และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องให้จีน

แม้ 2 ประเทศยังมีประเด็นทางการค้าอีกหลายเรื่องที่ต้องเจรจา แต่ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจยังมีขนาดใหญ่ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในไตรมาส 2 ปี 2026 การค้าสินค้าระหว่างจีนกับสหรัฐเพิ่มขึ้น 13.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่จนถึงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีบริษัทสหรัฐจัดตั้งกิจการในจีนสะสมมากกว่า 84,000 แห่

การพบกันของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ครั้งนี้ จึงต้องจับตาว่า ทั้ง 2 ฝ่ายจะเดินหน้ากลไก Board of Trade และ Board of Investment ได้มากเพียงใด รวมถึงกรอบลดภาษีสินค้าฝ่ายละอย่างน้อย 30,000 ล้านดอลลาร์ จะขยับจากการหารือไปสู่ข้อตกลงที่ปฏิบัติได้หรือไม่

หากมีความคืบหน้า จะสะท้อนว่า จีนและสหรัฐกำลังพยายามเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาทางการค้าเป็นรายกรณี ไปสู่การมีกลไกถาวรสำหรับเจรจาและจัดการข้อขัดแย้งทางเศรษฐกิจระหว่าง 2 ประเทศมากขึ้น

บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย

ภาพ : CGTN

- Advertisement -