วันพุธ 5 สิงหาคม 2026
หน้าแรก ต่างประเทศ บทวิเคราะห์ การเปิดสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของญี่ปุ่น มีเป้าหมายอะไรกันแน่?

บทวิเคราะห์ การเปิดสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของญี่ปุ่น มีเป้าหมายอะไรกันแน่?

1

สำหรับประเทศที่ได้รับความเสียหายจากการรุกรานทางทหารของญี่ปุ่น “หน่วย 731” คือ ตัวแทนของการก่ออาชญากรรมสงครามมากมายนับไม่ถ้วน แต่ในวันที่ 31 กรกฎาคม(ค.ศ.2026) 81 ปีหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลญี่ปุ่นก่อตั้งสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติอย่างเป็นทางการ และจัดประชุมข่าวกรองแห่งชาติครั้งแรก โดยมีนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเป็นประธาน การประชุมครั้งนี้มีจุดประสงค์อะไรกันแน่?

นี่เป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นสร้างระบบข่าวกรองแบบบูรณาการระดับชาติครั้งแรก หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยกเครื่อง โครงสร้างข่าวกรองแบบกระจายอำนาจและไร้ศูนย์กลาง ที่ดำเนินมากว่า 80 ปี โดยนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะมีอำนาจสูงสุดด้านข่าวกรอง และหน่วยข่าวกรองจากหลายหน่วยงานจะถูกรวมเข้าด้วยกัน

ผลสำรวจที่จัดทำโดย CGTN ไชน่ามีเดียกรุ๊ป ในกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก 3,028 คน แสดงว่า ร้อยละ 86.5 ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่า เรื่องนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบข่าวกรองญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่ร้อยละ 77.7 ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่า อาจนำไปสู่การใช้อำนาจในทางที่ผิดหรือการขาดการตรวจสอบและถ่วงดุล

นักวิเคราะห์เห็นว่า รัฐบาลญี่ปุ่นใช้ข้ออ้างความมั่นคงและการป้องกันประเทศ มีเจตนาที่จะบูรณาการและเสริมสร้างขีดความสามารถด้านข่าวกรองของตน เลียนแบบโครงสร้างข่าวกรองแบบรวมศูนย์ในสมัยสงคราม ส่งเสริมการฟื้นคืนชีพของลัทธิทหาร เพื่อสนองเป้าหมายที่อันตรายในการขยายอำนาจทางทหาร ซึ่งเป็นภัยคุกคามอย่างแท้จริงต่อสันติภาพและความมั่นคงส่วนภูมิภาค

สำหรับรัฐบาลญี่ปุ่น การก่อตั้งสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ไม่เพียงแค่ส่งเสริมการควบคุมภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังเอื้อต่อการขยายอำนาจทางทหารด้วย เป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างกำลังทางทหารอย่างเป็นระบบ

ตั้งแต่การเพิ่มงบประมาณการป้องกันประเทศอย่างต่อเนื่องกันมา 14 ปี จนสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9.04 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณ 2026 ไปจนถึงการละทิ้งหลักการ “การป้องกันประเทศอย่างเดียว” เร่งพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลที่ผลิตขึ้นเองในประเทศ ผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกอาวุธอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การเข้าร่วมการฝึกซ้อมทางทหารร่วมกับนานาชาติบ่อยครั้ง การมุ่งขยายอิทธิพลทางทหารในต่างประเทศ ไปจนถึงนักการเมืองฝ่ายขวาที่ป่าวร้องสนับสนุนอาวุธนิวเคลียร์อย่างเปิดเผย และพยายามยกเลิกหลักการ 3 ประการว่าด้วยการปลอดนิวเคลียร์ ญี่ปุ่นกำลังปลดปล่อยตนเองจากข้อจำกัดของระบอบสันติภาพอย่างต่อเนื่อง การจัดตั้งสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติญี่ปุ่น เป้าหมายสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การสร้างศูนย์กลางข่าวกรองที่ครอบคลุมสำหรับการขยายอิทธิพลทางทหาร โดยสร้างห่วงโซ่ที่สมบูรณ์ของ “การประสานงานด้านข่าวกรอง การตัดสินใจระดับสูง และการดำเนินการทางทหาร” ซึ่งเป็นการให้หลักประกันทางสถาบันสำหรับการบ่อนทำลายรัฐธรรมนูญที่เน้นสันติภาพและการใช้กำลังในต่างประเทศ

มาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญแห่งสันติภาพของญี่ปุ่น บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า ญี่ปุ่น “สละสิทธิ์ในการทำสงครามในฐานะสิทธิอธิปไตยของชาติ การขู่คุกคามด้วยกำลังและการใช้กำลัง เป็นหนทางในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างประเทศ จะไม่คงไว้ซึ่งกองกำลังทางบก ทางทะเล และทางอากาศ รวมทั้งศักยภาพในการทำสงครามใดๆ และไม่ยอมรับสิทธิในการเข้าร่วมสงครามตลอดกาล” แต่รัฐบาลญี่ปุ่นในปัจจุบัน กำลังละเลยพันธสัญญาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างมีแผนและเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่หน่วยตำรวจพิเศษชั้นสูงที่ฉาวโฉ่ ที่เป็นหน่วยข่าวกรองของญี่ปุ่นที่รับผิดชอบการควบคุมความคิดและปราบปรามเสียงต่อต้านสงครามในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปจนถึงระบบข่าวกรองก่อนสงครามแบบใหม่ ที่พร้อมใช้งานในปัจจุบัน ฝ่ายขวาของญี่ปุ่นกำลังกลับไปสู่เส้นทางเดิมของการรวมศูนย์ข่าวกรอง และท้าทายระเบียบหลังสงครามอย่างเปิดเผย ประชาคมระหว่างประเทศต้องเฝ้าระวังอย่างสูงกับเรื่องนี้ และใช้มาตรการหลายอย่างเพื่อยับยั้งการลุกลามของแนวคิดลัทธิทหารแบบใหม่ของญี่ปุ่น พิทักษ์ผลประโยชน์จากชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่สองอย่างมั่นคง

เช้าวันที่ 3 กันยายนปีที่แล้ว จีนจัดงานรำลึกครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะสงครามต่อต้านการรุกรานจากญี่ปุ่นของประชาชนจีนและสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง มีการจัดพิธีสวนสนามและขบวนพาเหรดทางทหารอย่างยิ่งใหญ่ ร่วมกับประชาชนทั่วโลกรำลึกวันที่ยิ่งใหญ่นี้ ร่วมเปิดอนาคตที่รุ่งโรจน์มากขึ้น ผู้นำต่างชาติและผู้แทนระดับสูงจากประเทศที่เกี่ยวข้อง ผู้รับผิดชอบจากองค์การระหว่างประเทศ อดีตผู้นำต่างชาติ 62 คนมาร่วมงานตามคำเชิญ

จุดประสงค์ของการรำลึกครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นฯและสงครามต่อต้านฟาสซิสต์โลก คือการระลึกถึงประวัติศาสตร์ รำลึกถึงวีรชนผู้พลีชีพ รักษาไว้ซึ่งสันติภาพ และสร้างอนาคตที่ดีกว่า กงล้อประวัติศาสตร์ไม่อาจหวนกลับ โศกนาฏกรรมของสงครามจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก พฤติกรรมใดๆ ที่มุ่งฟื้นคืนลัทธิทหาร ทำลายบรรทัดฐานของสันติภาพ ย่อมต้องล้มเหลวอย่างแน่นอน

เขียนโดย ชุย อี๋เหมิง ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG)

- Advertisement -