การประชุม China Xizang Trans-Himalaya Forum for International Cooperation ครั้งที่ 5 ปิดฉากลงพร้อมประกาศผลสำเร็จสำคัญหลายด้าน โดยผู้แทนจาก 29 ประเทศ ภูมิภาค และองค์การระหว่างประเทศกว่า 350 คน เห็นพ้องเดินหน้าขยายความร่วมมือเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมการพัฒนาสีเขียว และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคหิมาลัย จัดขึ้น ณ เมืองหลินจือ เขตปกครองตนเองทิเบต ของจีน
นายจ้าว ผิง รองประธานรัฐบาลเขตปกครองตนเองทิเบต กล่าวในการแถลงข่าวสรุปผลการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน แบ่งปันผลสำเร็จของการพัฒนา” โดยสานต่อความสำเร็จของการประชุมในครั้งก่อน และย้ำบทบาทของเมืองหลินจือในฐานะสถานที่จัดประชุมถาวรของเวทีความร่วมมือแห่งนี้
ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสำคัญ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบนที่ราบสูง ความมั่นคงด้านระบบนิเวศ การพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพสูง กีฬาในพื้นที่สูง และการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน โดยทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าภูมิภาคหิมาลัยมีความเชื่อมโยงทั้งด้านภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต การกระชับความร่วมมือจึงเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทุกประเทศ
ที่ประชุมยังยืนยันเดินหน้าผลักดัน ข้อริเริ่มหลินจือ (Linzhi Initiative) และ ฉันทามติหลินจือ (Linzhi Consensus) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมขยายความร่วมมือด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาสีเขียว และการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม
ประกาศผลสำเร็จ 9 ด้าน
การประชุมครั้งนี้ประกาศผลสำเร็จสำคัญ 9 ด้าน ได้แก่
1. จีนและคีร์กีซสถานลงนามบันทึกความเข้าใจด้านการประยุกต์ใช้ข้อมูลดาวเทียม เพื่อสนับสนุนการบริหารทรัพยากร การเฝ้าระวังภัยพิบัติข้ามพรมแดน ตลอดจนการติดตามด้านสิ่งแวดล้อมและการเกษตร
2. สถาบันวิจัยเกษตรและปศุสัตว์ทิเบตต่ออายุความร่วมมือกับศูนย์พัฒนาภูเขาแบบบูรณาการระหว่างประเทศ (ICIMOD) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรบนพื้นที่สูง ควบคู่กับการอนุรักษ์ระบบนิเวศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
3. เปิดตัว “แนวทางการเตือนภัยล่วงหน้าของจีน” เพื่อสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาในการรับมือภัยพิบัติ พร้อมผลักดันการจัดตั้งเครือข่ายเตือนภัยล่วงหน้าระดับโลก
4. เปิดใช้งานระบบสารสนเทศด้านการรักษาโรคจากพื้นที่สูง เชื่อมโยงผู้ป่วยกับผู้เชี่ยวชาญผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา
5. ทิเบตและจังหวัดซัลตา ประเทศอาร์เจนตินา ลงนามหนังสือแสดงเจตจำนงจัดตั้งความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องระดับมณฑล
6. เมืองรื่อคาเจ๋อ (Shigatse) ของทิเบต และเมืองซัลตา ลงนามความร่วมมือด้านเมืองพี่เมืองน้อง พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนฟุตบอลเยาวชน
7. ลงนามความร่วมมือด้านการพัฒนาเยาวชนฟุตบอลระหว่างเมืองในอาร์เจนตินาและเมืองรื่อคาเจ๋อ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการฝึกกีฬา
8. สมาคมมิตรภาพประชาชนทิเบตกับต่างประเทศ ลงนามความร่วมมือกับสมาคมมิตรภาพเกาหลีใต้ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน
9. ลงนามความร่วมมือกับสมาคมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจีน–มัลดีฟส์ เพื่อขยายความร่วมมือด้านวัฒนธรรม การศึกษา เยาวชน และการท่องเที่ยว
นายจ้าวกล่าวว่า ความสำเร็จเหล่านี้จะช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับความร่วมมือในภูมิภาคหิมาลัย และวางรากฐานสำหรับความร่วมมือพหุภาคีในระยะยาว
ย้ำสิ่งแวดล้อมคือยุทธศาสตร์การพัฒนา
ในการตอบคำถามผู้สื่อข่าวจากประเทศเนปาล ผู้แทนฝ่ายจีนระบุว่า การอนุรักษ์ระบบนิเวศเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของการพัฒนาทิเบต โดยยึดแนวคิดของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่เน้นการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
ทิเบตใช้เวทีความร่วมมือ Trans-Himalaya Forum และการพัฒนาภายใต้ข้อริเริ่ม Belt and Road Initiative (BRI) เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมขยายความร่วมมือกับประเทศรอบเทือกเขาหิมาลัย เช่น เนปาล เมียนมา รวมถึงประเทศที่มีภูมิประเทศภูเขาสูงอย่างคีร์กีซสถานและโบลิเวีย
ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมการส่งเสริมการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม การส่งออกผลผลิตจากพื้นที่สูง การวิจัยด้านธารน้ำแข็ง ความหลากหลายทางชีวภาพ และการแบ่งปันข้อมูลวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ ทุกฝ่ายยังเห็นพ้องร่วมกันสร้าง “แนวป้องกันระบบนิเวศเทือกเขาหิมาลัย” เพื่ออนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำสำคัญของเอเชีย
ผู้แทนฝ่ายจีนเปิดเผยว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ได้สนับสนุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมด้วยงบประมาณสะสมกว่า 26 ล้านหยวน และดำเนินโครงการฟื้นฟูพื้นที่ป่ากว่า 6.66 ล้านตารางเมตร ควบคู่กับโครงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
ในระยะต่อไป จีนจะเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือด้านการติดตามธารน้ำแข็ง การจัดการแม่น้ำข้ามพรมแดน การอนุรักษ์สัตว์ป่าหายาก การป้องกันไฟป่า การเฝ้าระวังโรคติดต่อบนพื้นที่สูง และการแบ่งปันข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา อุทกวิทยา และระบบนิเวศ เพื่อร่วมกันปกป้อง “หอเก็บน้ำแห่งเอเชีย” ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของภูมิภาค
ใช้พลังสื่อและการทูตภาคประชาชนเชื่อมโลกสู่ทิเบต
ผู้แทนฝ่ายจีนยังกล่าวถึงบทบาทของการทูตภาคประชาชนว่า การเปิดโอกาสให้สื่อมวลชน บล็อกเกอร์ เยาวชนต่างชาติ ผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ และคณะผู้เยี่ยมชมจากต่างประเทศ ได้เดินทางมาสัมผัสทิเบตด้วยตนเอง ช่วยให้เห็นการพัฒนาทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสังคมที่เปิดกว้างของทิเบตอย่างรอบด้าน
การสื่อสารผ่านประสบการณ์ตรงของผู้มาเยือนยังช่วยลดความเข้าใจผิดและอคติจากภายนอก เสริมสร้างภาพลักษณ์ของทิเบตในเวทีนานาชาติ และขยายเครือข่ายมิตรภาพระหว่างประเทศ
ในอนาคต ทิเบตจะเดินหน้าพัฒนากลไกการทูตภาคประชาชน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม การค้า การศึกษา เยาวชน และสื่อมวลชน เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมโลก พร้อมยืนยันว่าจะร่วมสร้าง “ครอบครัวแห่งความร่วมมือรอบเทือกเขาหิมาลัย” เพื่อส่งเสริมสันติภาพ การพัฒนาที่ยั่งยืน และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของภูมิภาคและของโลก

ภาพ-ข่าว / มณีนาถ อ่อนพรรณา










