ย้อนคดี ลักทรัพย์ คืนอัปยศ! ฟ้ามีตา ส่อง“โจรบูรพาวิถี” จี้สอบจริยธรรม “สว.ฉาว!”

550

“นัตถิ กัมมัง สะมะ พะลัง” แรงใดในโลกเสมอด้วยแรงกรรมไม่มี!

“กฎแห่งกรรม ยุติธรรมเสมอ” ประโยคนี้มักคุ้นหูกันบ่อยๆ

สังคมเชื่อว่า “กรรม”กำลังสะสมพลังงาน! รอวันปะทุ!

“อธิปบูรพา”จับกระแส 2ข่าวดังที่ “สังคม”กำลังจับจ้อง มองดูด้วยความสนใจ ตามติดทุกความเคลื่อนไหว ว่าสุดท้ายและท้ายที่สุดแล้ว สองเรื่องราวสุดฉาวโฉ่ ดังกระหึ่มไปทั่วบ้านทั่วเมือง จะ “แลนด์ดิ้ง” กลิ้งท่าไหน?

กรณี สว.ผู้ทรงเกียรติคนหนึ่ง ก่อเรื่องสุดอื้อฉาว ลากสาวอดีตผู้ประกาศฯ และเป็นที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการฯ เข้าคอนโดฯ

เรื่องแดง เมื่อเหยื่อสาวร้องสื่อฯให้ช่วยเหลือ อ้างว่าเธอถูก สว.คนหนึ่ง ลวงไปกระทำอนาจาร โดยที่เธอไม่ได้ยินยอมพร้อมใจ

เหยื่อสาว กล้าออกมาเปิดหน้าชน เธอยอมรับกลางวงสื่อฯ ว่า“กลัวมากเลยค่ะ”แต่ก็ต้องเดินหน้าให้สุดซอย เพื่อเรียกร้อง “ความยุติธรรม”ให้กับตัวเอง

พลันที่ข่าวฉาว เขย่า “สัปปายะสภาสถาน” เหล่าสายสืบโซเชียลฯ ต่างพากันคุ้ยแคะแซะปม สว.“วีรกรรมฉาว” แบบล้วงลึกสุดลิ่มทิ่มประตู เจาะทะลวงยันกึ๋น ไส้กี่ขดถูกลากออกมาให้กากิน “ตีแผ่”ยาวเป็นหาวว่าว!

ขุดกันยับยันก้นหลุมดำ ดันไปเจอ “ตอเก่า”ฉาวโฉ่ผุดโผล่ขึ้นมา อีกดุ้นเบ้อเริ่มเทิ่ม เท่ากับ “ตอกย้ำ ซ้ำแผลใหม่”กรณีข่าวฉาว ลากสาวเข้าคอนโดฯที่สังคมกำลังเมาส์มอย ช่วยเปิดปากแผล ให้ยับเยินขาดรุ่งริ่งขึ้นมา อีกเท่าทวีคูณ

ปมข่าว สว.คนดัง เคยสร้างวีรกรรมสุดซอย ต้องคดีร่วมกันลักทรัพย์สินของคนตายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ บนทางด่วนบูรพาวิถี ผุดขึ้นมาหลอกหลอน แถมคดียังคาโรงคาศาล อยู่ในเวลานี้อีกด้วย!

ตัดภาพฉับ!กลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน เริ่มต้นด้วยชะตากรรม ของสองหญิงสาวที่ประสบอุบัติเหตุ หนึ่งในนั้นถึงขั้นต้องจากไปก่อนวัยอันควร แต่ในความเลวร้าย กลับต้องเจอกับความโลภโมโทสัน กระหน่ำซ้ำเติม อย่างเลือดเย็น

ปฐมเหตุ เกิดเวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ของวันที่ 31 พฤษภาคม 2564….

นางสาว พรอุมา รัตนเชษฐ์ นักธุรกิจสาววัย 42 ปี เจ้าของธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ระดับแถวหน้าในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี พร้อมกับ นางสาว ปิยะดา วัฒนพลานนท์ เพื่อนรุ่นพี่ ขับรถเบนซ์ GLC250d สีขาว ทะเบียน 1 กผ 666 กรุงเทพมหานคร ไปบนทางด่วนบูรพาวิถี ปักหมุดหมายปลายทางกรุงเทพฯ

ระหว่างทางฝนฟ้าตกหนัก พลันสิ่งไม่คาดคิดก็อุบัติขึ้นในพริบตา ช่วง กม.43 ก่อนถึงบางวัว 1 กิโลเมตร ท้องที่หมู่ 2 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

รถลื่นน้ำฝนที่ท่วมขังพื้นผิวจราจร เสียหลักพุ่งชนแบริเออร์ จนพลิกคว่ำหลายตลบ แรงกระแทกเหวี่ยงร่าง นางสาวปิยะดา วัฒนพลานนท์ คนขับ พุ่งทะลุซันรูฟออกมานอกตัวรถ ไถลไปไกลถึง 70 เมตร

เธอผู้โชคร้าย นอนสิ้นใจอยู่ในเลนซ้าย สภาพเสื้อผ้าขาดวิ่น กระดูกหักหลายแห่ง ตำรวจคาดว่าน่าจะถูกรถคันที่ขับตามหลังมาขยี้ซ้ำ

ส่วน นางสาว พรอุมา รัตนเชษฐ์ นอนหลับมาตลอดทาง ร่างกระเด็นหลุดออกจากตัวรถเช่นกัน อาการบาดเจ็บสาหัส นอนรอความช่วยเหลือ เลือดท่วมกายอยู่กึ่งกลางถนน

เรื่องสลดหดหู่ใจ ต่อการสูญเสียของคนที่รัก ต้องพลัดพรากจากไปในก่อนวัยอันควร ปิดจบด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว เศร้าอาดูร มันก็สุดจะเกินต้านแล้ว!!

กลับกลายว่ามี “ตัวละคร”โผล่มาเข้าฉาก ก่อเรื่องไม่ควรทำ ตอกย้ำความเจ็บปวดลงบนคราบน้ำตาของผู้สูญเสีย แบบที่ “คน”เขาไม่ทำกัน!

หลังเกิดเหตุ ทางญาติแจ้งตำรวจว่า ทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต หายไปหลายรายการ ตรวจเช็คแล้วมีโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง มูลค่าประมาณ 7 หมื่นบาท ,แว่นตาแบรนด์เนม มูลค่า 3 แสนบาท, กระเป๋าสะพายยี่ห้อหลุยส์ วิตตอง มูลค่า 1.2 แสนบาท,เงินสด 220,000 บาท,สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท และพระเครื่องหลวงปู่ทวดเลี่ยมทอง 1 องค์ มูลค่า 1.2 ล้านบาท ทั้งหมด 7 รายการ มูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท

มองตามรูปการณ์ มันต้องมีมือดีฉกฉวยเอาไป! ชุดสืบสวน โรงพักบางปะกง ระดมทีมลงพื้นที่ไล่เช็คดูกล้องวงจรปิดบนบูรพาวิถี ทันที!

ดวงตาดวงที่สาม โกหกไม่เป็น เห็นอย่างไร บอกไปอย่างนั้น ไม่มีบิดพลิ้ว พลิกลิ้นตอหลดตอแหล!?!?

ตำรวจเจอหลักฐานคาตา ภาพคมชัดระดับ Full HD หลังเกิดเหตุมีชายสองคนขับรถเก๋งตามหลังมาแล้วจอด ก่อนจะลงมาเดินดูคนเจ็บและคนตาย แต่หาได้สนใจใยดีที่คิดจะหยิบยื่นอื่นใด ให้ความช่วยเหลือ

แต่กลับเดินเก็บสิ่งของมีค่าที่กระจัดกระจายบนถนน ปนๆอยู่กับชิ้นส่วนรถแตกหักอย่างไม่ยี่หระ ขณะฉกฉวยสิ่งของ กล้องบนทางด่วนบันทึกภาพชายทั้งสองมีการพูดคุยกัน

จังหวะที่มีรถคันอื่นจอดดูเหตุการณ์ ชายทั้งคนสองจึงรีบขึ้นรถ ขับหายลับไปจากจุดเกิดเหตุ อย่างรวดเร็ว

ทิ้งไว้แต่เบาะแสอัปยศอดสู ฝังอยู่บนเมมโมรี่การ์ด “ฟ้ามีตา” กลายเป็นหลักฐานชิ้นเด็ด ให้ตำรวจตามแกะรอย!

สืบจนรู้ ชื่อเสียงเรียงนาม ชายนิรนามทั้งสองคนคือใคร?

1 กรกฎาคม 2564 ตำรวจได้ติดตามตัวมาแจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ” ทั้งคู่แถกแถดิ้นไม่หลุด “ปลาใหญ่มักตายน้ำตื้น” ยอมรับสารภาพ ด้วยจำนนต่อหลักฐาน

ฟังจาก “พ.ต.อ.พงศ์สัณห์ มีศรี” ผู้กำกับการสถานีตำรวจ ภูธรบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา พูดถึงเส้นทางคดี เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา

ทางพนักงานสอบสวน เรียกตัวบุคคลทั้งสองมาสอบปากคำ และทั้งคู่ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ลักทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตไปจริง ก่อนจะนำทรัพย์สินที่ลักไปจาก 7 รายการ มูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท!

แต่นำกลับมาคืน 3 รายการ ทำให้ญาติยังติดค้างคาใจ และได้มาแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

โดยหนึ่งในผู้ต้องหาตอนนั้น เวลานี้คือบุคคลที่ต่อมาเมื่อปี 2567 ได้รับเลือกเป็น สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.ในชุดปัจจุบัน!

สำนวนคดีนี้ พนักงานสอบสวนได้สรุปส่งพนักงานอัยการไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2564 ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ” ขณะที่ “พนักงานอัยการ”กลับมีคำสั่ง ให้สอบสวนเพิ่มเติมหลายครั้ง

พ.ต.อ.พงศ์สัณห์ ยอมรับว่า การดำเนินคดีล่าช้า เนื่องจากผู้ต้องหา ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ได้ขอเลื่อนการขึ้นศาล มาโดยตลอด โดยอ้างสิทธิ์จากการติดภารกิจประชุมสภาฯ

คราวนี้ลองมาฟัง ทางฝั่ง “ทนายความ”ของญาติผู้เสียหายกันบ้าง เขาบอกสั้นๆว่า….

“ คดีนี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา มีการสืบพยานไปเมื่อวันที่ 6 และวันที่ 8 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา และศาลฯนัดฟังคำพิพากษา ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 นี้…”

“อธิปบูรพา” ในฐานะ “สื่อ” ต้องขอบอกไว้ก่อนนะว่า ตราบใดที่ศาลฯยังไม่ได้พิพากษาตัดสินคดี ก็ยังถือว่าผู้ถูกกล่าวหา เขายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่!!

พับเรื่องคดีไว้ก่อน รอดู วันชี้ชะตา มาถึง !

ขอหันไปตรวจจับระดับความสั่นไหว แรงกระเพื่อมในสังคม ที่พากันตั้งปมกังขาคาใจ เครื่องหมาย “เควสชั่นมาร์ค์”ว่อนเต็มหัว!

สังคมถามถึง “ตัวกรองของเสีย”อย่าง “กกต.”ระเบ็งเซ็งแซ่ด!

บุคคลที่โดนข้อกล่าวหา “ฉกทรัพย์” กลับได้รับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.ในปี 2567 ทั้งที่ยังมีสถานะเป็นผู้ต้องหา ด้วยเหตุผลกลใด? จึงผ่านการรับรองจาก “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” หรือ “กกต.” โบกธงเขียวให้ผ่านเข้าไปนั่งในสภาสูง อย่างสง่าผ่าเผย

ทั้งที่ยังมีคดีลักทรัพย์ติดตัว และอยู่ระหว่างการดำเนินคดี ตามขั้นตอนของกฎหมาย!

หลักฐานชัด มัดแน่นเป็นปูต้มขนาดนี้ กกต.จะ “สอย”ไหม? ถามก่อน!

อีกช่องที่มองลอดเข้าไปแล้วเห็น “รอยเลื่อน”เปลือกถ่วงดุลอำนาจ ขยับ!

แม้จะเป็นแสงวิบวับที่ปลายอุโมงค์ แต่สังคมเริ่มจับจ้อง มองโฟกัสไปยังจุดเรืองแสงแห่งความหวัง เมื่อนายสุทนต์ กล้าการขาย โฆษกคณะกรรมการจริยธรรม วุฒิสภา ออกมาเล่าแจ้งแถลงไข….

“…คณะกรรมการจริยธรรม วุฒิสภา มีมติให้ตรวจสอบ ข่าว สว.ล่วงละเมิดทางเพศอดีตผู้ประกาศสาว และแสวงหาข้อเท็จจริง ให้ครอบคลุมรอบด้าน ยึดหลักซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ไม่ลำเอียง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมด้วยกันทั้งสองฝ่าย…”

ตามสมทบด้วย “ทนายอั๋น” นายภัทรพงษ์ สุภัสสร เข้ายื่นหนังสือต่อ คณะกรรมการจริยธรรม วุฒิสภา ให้ตรวจสอบมาตรฐานจริยธรรม กรณี สว.ฉาว เคยลักทรัพย์ผู้ประสบอุบัติเหตุบนด่วนบูรพาวิถี แม้คดีความ ยังไม่จบสิ้น แต่ทางคณะกรรมการฯก็ควรตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย

พฤติการณ์ และการกระทำเช่นนี้ เข้าข่ายขัดต่อ ประมวลจริยธรรมร้ายแรงของวุฒิสภา หรือไม่?

ถึงแม้ “สัปปายะสภาสถาน”จะดูสูงส่ง เลอค่า สง่างาม สักปานใดก็ตาม แต่หากยังมี “ก้อนกรวดในรองเท้า”เดินอย่างไร? มันก็เจ็บ คุณค่าความสง่างาม อันทรงเกียรติรัฐสภาไทย ย่อมหมองมัวไปด้วย!

สังคมกำลังจับจ้อง “บ่วงบาศกรรม”ทำงาน! อย่าเป็น “มวยล้ม”ต้มคนดู

“กัมมุนา วัตตติ โลโก”สัตว์โลกทั้งหลาย ย่อมเป็นไปตามกรรม เมื่อทำกรรมไว้อย่างไร? ก็ต้องรับผลของกรรมนั้น ตามที่ทำ…

“นัตถิ กัมมัง สะมะ พะลัง” แรงใดในโลกเสมอด้วยแรงกรรมไม่มี!

เตรียมรับแรงกระแทก! ไม่ว่าจะกรรมดี หรือ การกระทำชั่วช้าสามานย์ !

นักข่าวพันธุ์หมา

- Advertisement -