บทเรียน “เรือล่องหน” “Ship หาย” มีอยู่จริง!!

52

อุบัติการณ์เหนือธรรมชาติ “สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา” (Bermuda Triangle) ความลึกลับที่โลกยังไร้คำตอบ!
ปมปริศนา “นาวาล่องหน”บนผิวน้ำ คิดว่าจะมีแต่เรื่องเล่ากล่าวขานผูกโยงบนความเร้นลับ“สามเหลี่ยมปีศาจ”แห่งมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ เท่านั้น

แต่จู่ๆอุบัติการณ์“เข็มขัดสั้น”คาดไม่ถึง! เรื่องสุดเหลือเชื่อ เรือขนน้ำมันเถื่อน 3 ในจำนวน 5 ลำ ที่ตำรวจน้ำสัตหีบ ยึดไว้เป็น“ของกลาง”ในคดีสำคัญ หลังจับกุมขบวนการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อนกลางทะเลอ่าวไทย ตั้งแต่ 19 มีนาคม 2567เป็นต้นมา

กลับ…อันตรธานหายวับไปกับตา!

เพียงแค่ชั่วข้ามคืน กลายเป็น “เรือนินจา”ล่องหน!ไร้ร่องรอย หายวับไปจาก “อ่าวสัตหีบ”แบบว่าพากันงุนงงเป็นไก่ตาแตก!

หลังย้ายจุดจอดออกจากตรงบริเวณหัวสะพานท่าเทียบเรือของตำรวจน้ำ ไปจอดลอยลำทอดสมอในทะเลอ่าวสัตหีบ ช่วงเกิดพายุคลื่นลมแรง ด้วยเกรงเรือจะฟาดตัวสะพานเสียหาย โดยจุดจอดนั้น อยู่ห่างจากสถานีตำรวจน้ำสัตหีบ ราว 100 เมตร ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2567ที่ผ่านมา…

เรือขนาดบิ๊กไซส์ 3 ลำ คาดว่าอันตรธานหายไป ในช่วงกลางดึกของวันที่ 11 มิถุนายน พร้อมกับลูกเรือซึ่งตกเป็นผู้ต้องหา และอยู่ระหว่างประกันตัวรวม 18 คน

พ่วงด้วยน้ำมันดีเซลของกลางที่ยังค้างคาอยู่ในเรือชื่อ เจ.พี.ประมาณ 80,000 ลิตร เรือซีฮอต 150,000 ลิตร และเรือดาวรุ่ง 100,000 ลิตร รวมน้ำมันเถื่อน 3.3 แสนลิตร ติดไปเป็นของแถมด้วย!

เรือน้ำมันเถื่อนลำใหญ่ลำโตหายวับไปกับตา… ราวว่าโดน นักมายากลระดับโลก ฉกฉวย…ได้อย่างไรกัน?
ร.เรือหายไป กลายเป็นคดีสะท้าน “สอบสวนกลาง” จน “บิ๊กก้อง” พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตวัดคำสั่งฟ้าผ่า “เด้ง”ตำรวจน้ำ 4 นายเข้ากรุ!

ไล่เรียงตั้งแต่ พ.ต.อ.อินทรัตน์ ปัญญา ผกก.5 บก.รน., พ.ต.ท.กอบชัย โตอ่อน สว.ส.รน.3 กก.5 บก.รน., ส.ต.อ.ธรรมรัตน์ เล็กมนตรา ผบ.หมู่ ส.รน.3 กก.5 บก.รน. และ ส.ต.ท.อภิชาติ จันทร์หนู ผบ.หมู่ ส.รน.3 กก.5 บก.รน.

พร้อมสั่งให้ “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำทีมลงพื้นที่ตั้ง “วอร์รูม”เร่งไล่ล่าติดตามเรือทั้ง 3 ลำพร้อมลูกเรือ กลับมาให้ได้โดยเร็ว…

อีกทั้งยังตั้งคณะกรรมการในการดำเนินคดีออกเป็น 3ส่วน คือสอบสวนตำรวจน้ำที่ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง และสืบสวนหาข้อเท็จจริงถึงเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องลึก ให้รู้ที่มาและที่ไป ต้นตอ ร.เรือ หายไป

งานนี้ เฉาะทุกปมขย่มทุกเงื่อน คลี่ทุกข้อสงสัยเคลือบแคลงให้กระจ่าง…มีใครรู้เห็นเป็นใจหรือไม่? ใครคนเขียนสคริปต์? ไอ้โม่งชักใยเบื้องหลังคือใคร?

ข้อปุจฉาแห่งคดี ต้องมีคำตอบให้กับสังคม!

มีข้อมูลสืบสวนเชิงลึก รายงานว่า เรือทั้ง 3 ลำ ที่หายไปนั้น อาจจะเป็นเครือข่ายของ “เจ้าพ่อน้ำมันเถื่อน”วัย 56 ปี เจ้าของฉายานาม “โจ้ ปัตตานี” หนึ่งในขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ที่ยังหลบหนีหมายจับคดีน้ำมันเถื่อน และอีกหลายคดีอยู่ในต่างประเทศ

ข้อฉงนที่สังคมคาใจ เจ้าหน้าที่ชุดที่ควบคุมดูแลเรือทั้ง 3 ลำ ระบุว่า เรือทั้งหมดถูกถอดระบบ GPS นำทางสำหรับเดินเรือ รวมทั้งอุปกรณ์อื่นออกไปหมดสิ้นแล้ว แต่ไหงถึงยังแล่นฝ่าคลื่นลมไปได้อย่างง่ายดาย?

นอกจากนี้ยังมีความเคลื่อนไหว ภาพวงจรปิดจับภาพของลูกเรือทั้ง 3 ลำ ช่วงก่อนค่ำของวันที่ 11 มิถุนายน พบความเคลื่อนไหวมีการขนเสบียงข้าวปลาอาหารลงเรือ ราวว่าแผน“แหกทะเล”ถูกกำหนดไว้แล้ว อย่างเป็นขั้นเป็นตอน รอเวลาแค่ “ผู้บงการ”ตีธงเขียวเท่านั้น…

ลำพังแต่ “ลูกเรือ”เชื่อว่าแค่คิดคงไม่กล้า!อย่ามองข้ามช็อตไปถึงขนาดกล้า “ลูบคม”ลงมือกระทำการอุกอาจ กันเองเลย

เหนือฟ้ายังมีฟ้า ต่อให้บินสูงยังไง เหนือ“พญาอินทรี” มันก็ยังมีฟ้า!

บทเรียน… “เรือล่องหน”เรื่องนี้มันสะท้อน “Ship หาย” มีอยู่จริง!!


ทีมข่าวเฉพาะกิจ สำนักข่าว อปท.นิวส์ รายงาน

- Advertisement -