‘บวรศักดิ์’จี้ชันสูตรศพพยานคดี’บอส’ให้ชัดเจน ก่อนญาติฌาปนกิจพรุ่งนี้

29

‘บวรศักดิ์’ ชี้ ‘จารุชาติ มาดทอง’ เสียชีวิตผิดธรรมชาติ จี้พนักงานสอบสวนขอชันสูตรพลิกศพให้ทราบสาเหตุการตายให้ชัดเจน ก่อนญาติจัดฌาปนกิจพรุ่งนี้ ด้าน ‘ส.ว.สมชาย แสวงการ’ ชงแนวทาง คกก.พิเศษชุด ‘วิชา มหาคุณ’ ตั้งคณะทำงานรวมตัวผู้เชี่ยวชาญคลายปมข้อสงสัยความเร็วรถเฟอรร์รารี่ ‘บอส อยู่วิทยา’ หากผลตรวจแตกต่างจากสำนวนเดิม ถือเป็นพยานหลักฐานใหม่นำไปสู่การสั่งฟ้องคดีใหม่ได้ตามกม. ส่วนการเสียชีวิตกะทันหันของพยานจี้หน่วยงานรับผิดชอบ ขออนุญาตญาตินำศพกลับมาผ่าตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิต ข้องใจถนนกว้างรถมอเตอร์ไซค์ไม่น่าเฉี่ยวชนกันได้

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย ในฐานะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ที่มีนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นประธาน กล่าวถึงกรณีการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง พยานคนสำคัญในคดีที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ซึ่งญาติจะมีการฌาปนกิจศพนายจารุชาติในวันที่ 2 ส.ค.นี้ ว่า การเสียชีวิตของนายจารุชาติ เป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ และสังคมยังมีความเคลือบแคลงสงสัยเป็นอย่างมาก ตนจึงเห็นว่า พนักงานสอบสวนควรที่จะต้องดำเนินการชันสูตรพลิกศพตามกฎหมายเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตว่ามาจากอะไร ทั้งนี้จะส่งผลให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีนี้เกิดความชัดเจนอย่างรอบด้าน และเห็นว่าหากไม่มีการชันสูตรพลิกศพ อาจเป็นการไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย

นายบวรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในคดีของนายวรยุทธ ไม่เพียงแต่จะเกิดความไม่ยุติธรรมในเฉพาะคดีนี้ แต่ได้ส่งผลกระทบและเกิดความเสียหายกับประเทศ เนื่องจากสื่อต่างประเทศก็ให้ความสนใจเรื่องนี้เช่นกัน ดังนั้นหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดี จะต้องดำเนินการทุกขั้นตอนให้เกิดความชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในหมู่ประชาชน

แหล่งจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในช่วงหลายวันที่ผ่านมามีบุคคลหลายคนได้พยายามติดต่อถึงผู้ใหญ่ภายในทำเนียบรัฐบาลขอให้ประสานงานไปถึงพนักงานสอบสวนคดีนี้ เพื่อขอให้มีการอายัดศพนายจารุชาติจนกว่าจะมีการชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนตามกฎหมายให้เกิดความชัดเจน

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ถึงกรณีอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ที่ขับรถชนตำรวจจนเสียชีวิตเมื่อปี 2555 ว่า ข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้ที่ปรากฎสู่สาธารณชนในช่วงที่ผ่านมายังมีข้อสงสัยหลายประการ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะต้องเร่งทำการตรวจสอบเพื่อให้ประชาชนได้คลายข้อสงสัย และควรมีการนำคดีนี้เข้าสู่การพิจารณาในชั้นศาลซึ่งยังเป็นองค์กรที่ประชาชนให้ความเชื่อถืออยู่เพื่อพิสูจน์ความจริง

นายสมชาย กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นข้อเคลือบแคลงสงสัยเรื่องความเร็วรถเฟอรร์รารี่ ที่แตกต่างกันอย่างยิ่งระหว่างในคำนวนของความเร็วของรถยนต์เฟอรร์รารี่ที่เดิมเจ้าหน้าที่ตำรวจอาศัยอ้างอิงจากอาจารย์คณะวิทยาศาตร์ จุฬาฯในการคำนวนไว้ที่ความเร็ว 177กม./ชม. พลิกเปลี่ยนไปเชื่อการคำนวนใหม่ของอาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ที่ความเร็วลดลงอยู่ที่ 76-79 กม./ชม. เป็นการเปลี่ยนลดความเร็วต่างกันเกือบ 100 กม./ชม. ทำให้เกิดการพลิกคดี นั้น เพื่อให้เกิดการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนแท้แน่นอน จำเป็นที่คณะกรรมการชุดพิเศษที่ท่านนายกรัฐมตรีตั้งขึ้น นำโดย ศาตราจารย์ วิชา มหาคุณ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา อดีตกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ควรจะมีการตั้งเป็นคณะทำงานที่ประกอบด้วย ตัวแทนภาคส่วนที่น่าเชื่อถือเป็นกลาง อาทิ สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย สมาคมฟิสิกส์ไทยสถาบันยานยนต์ไทย สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทยเข้าร่วมเป็นคณะทำงานตรวจพิสูจน์และคำนวนความเร็วใหม่อย่างตรงไปตรงมา พร้อมแถลงผลให้สื่อมวลชนและสังคมไทยได้ทราบเพื่อหายข้อข้องใจ เพราะหากพบว่าความเร็วที่ตรวจพิสูจน์ใหม่มีความแตกต่างจากในสำนวนที่สั่งไม่ฟ้องนั้นย่อมเป็นเหตุที่จะถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของพยานหลักฐานใหม่ที่นำไปสู่การที่จะสั่งฟ้องคดีใหม่ได้อีกครั้งตามกฎหมาย

นายสมชาย กล่าวอีกว่า ในส่วนของพยานบุคคล โดยเฉพาะ นายจารุชาติ มาดทอง ที่ยืนยันว่า เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ ที่นายวรยุทธ ขับรถด้วยความเร็วแค่ 50-60 กม./ชม. ที่เพิ่งเสียชีวิตไปอย่างกะทันหันนั้น ก็ยังมีความน่าสงสัยถึงสาเหตุการชีวิตในหลายประการ อาทิ สภาพถนนที่เป็นจุดเกิดเหตุก็มีความกว้างไม่ใช่ทางแคบที่จะทำให้รถจักรยานยนต์สองคันเฉี่ยวชนกันจนถึงขั้นเกิดอุบัติทำให้เสียชีวิตได้

“กรณี นายจารุชาติ ผมคิดว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ควรจะรีบติดต่อไปทางญาติว่า อย่าเพิ่งเผาศพ และขออนุญาตนำศพกลับมาผ่าพิสูจน์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจนว่ามาจากสาเหตุใดกันแน่ พร้อมตรวจเลือดหาว่ามีสารตกค้างอะไรที่มีผลต่อการกดประสาท ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิตครั้งนี้หรือไม่ ถ้าไม่พบความผิดปกติอะไร เรื่องส่วนนี้จะได้จบไปไม่สร้างความสงสัยให้กับประชาชนอีก”

Credit : https://www.isranews.org/article/isranews/90826-news09-2.html

- Advertisement -