ศบค.ทบทวนสิทธิ์วีไอพีต่างชาติเข้าไทย พบ 40 รายเสี่ยงติดเชื้อ ‘ทหารอียิปต์-ลูกทูตซูดาน’

19

ศบค.สั่งทบทวนสิทธิพิเศษวีไอพีอนุญาตต่างชาติเข้าไทย แจงไทม์ไลน์และพื้นที่เสี่ยง ‘ทหารอียิปต์-ลูกสาวอุปทูตซูดาน’ ยันเป็นบุคคล 11 ประเภทที่ได้รับการผ่อนปรนตั้งแต่ 1 ก.ค. เผยมีผู้เสี่ยงติดเชื้อรวม 40 ราย ส่วน สธ.เร่งติดตามตรวจโรคคนเดินห้าง ‘แหลมทอง-เซ็นทรัล’ โฆษก ศบค. ยันยังไม่ถึงขึ้นล็อคดาวน์จังหวัดระยอง ขณะที่สถานการณ์ประจำวัน พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 7 ราย กลับจากอียิปต์-สหรัฐฯ ยังไม่เจอโควิดในประเทศวันที่ 50 ติดต่อกัน

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) แถลงข่าวนัดพิเศษ หลังไทยพบผู้ติดเชื้อเป็นชาวต่างชาติ 2 ราย คือ กรณีทหารอียิปต์ ที่มีประวัติเดินทางไปห้างสรรพสินค้าและเข้าพักที่โรงแรม จ.ระยอง และกรณีลูกคณะทูต เดินทางมาถึงไทย แล้วพบว่ามีอาการป่วย ซึ่งครอบครัวอีก 4 คน เข้าพักที่คอนโดแห่งหนึ่งใน กทม.

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กล่าวว่า กรณีทหารอียิปต์ ทางสาธารณสุข จ.ระยอง รับแจ้งผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ว่าจะมีเที่ยวบินทางทหารเดินทางเข้าไทย 2 เที่ยวบิน คือ EGY 1215 และ EGY 1216 โดยถึงไทย 8 ก.ค. ลงจอดท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เวลา 19.00 น. ซึ่งสถานทูตเป็นผู้เลือกและจัดหาที่พักและได้เข้าพักที่โรงแรมดีวารี (DVaree) จ.ระยอง เวลา 23.00 น. โดยทุกห้องมีเพื่อนร่วมห้อง 1 คนยกเว้นกัปตันที่พักคนเดียว

9 ก.ค. เวลา 05.30 น.ทั้งหมดเดินทางออกจากโรงแรมไปปฏิบัติภารกิจทางทหารที่เมืองเฉินตูน ประเทศจีน และกลับถึงไทยวันเดียวกัน เวลา 23.30 น. และมุ่งหน้ากลับที่พักเดิมเวลา 02.00 น.

10 ก.ค. เวลา 11.20 น. ลูกเรือจำนวนหนึ่งเดินทางจากที่พักไปห้างสรรพสินค้า 2 แห่งในอำเภอเมือง จ.ระยอง คือ ห้างแหลมทอง และห้างเซ็นทรัล การตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงแรม พบลูกเรือเพียง 10% หรือ 3 คนเท่านั้น ที่สวมหน้ากากอนามัยขณะออกนอกเคหะสถาน โดยมีรายละเอียดดังนี้

ลูกเรือ 27 คนซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 1 ราย เดินเท้าไปที่ห้างสรรพสินค้าแหลมทอง ช่วงเวลา 11.25-14.56 น. โดยผู้เชื้อสวมหน้ากากอนามัยขณะออกไปข้างนอก

ลูกเรือ 4 คนไม่รวมผู้ติดเชื้อ เหมารถแท็กซี่ส่วนบุคคลไปห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ช่วงเวลา 14.30-18.00 น. และขากลับได้เรียกแท็กซี่คันเดิมให้ไปรับ โดยทีมสอบสวนโรคติดตามพบตัวแล้ว ได้รับการยืนยันว่า ผู้ติดเชื้อไม่ได้โดยสารเดินทางไปกับคณะนี้ด้วย ส่วนเวลากลางคืนไม่พบว่ามีผู้เดินทางออกนอกเคหะสถานแต่อย่างใด ดังนั้นที่มีกระแสข่าวว่าคนกลุ่มนี้ไปเที่ยวอาบอบนวด จึงไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม กรณีทหารอียิปต์ ได้มีผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อรวม 9 ราย ประกอบด้วย พนักงานโรงแรมดีวารี 7 ราย คือ เป็นผู้จัดการ 2 ราย พนักงานขาย 1 ราย แม่บ้าน 4 รายที่ทำงานประจำชั้น 7-8 ที่พบผู้ติดเชื้อ ทั้งนี้ยังไม่พบผู้ที่มีอาการทางเดินหายใจ ทางโรงแรมให้หยุดงานแยกกักตัวตั้งแต่ 13 – 27 ก.ค. ให้พักที่โรงแรมพลายเพลย์ อ.ท่าประดู่ จ.ระยอง และอีก 2 รายเป็นพนักงานขับรถตู้รับส่งจากสนามบิน

ส่วนผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงต่ำ 9 ราย คือ ทีมสอบสวนโรคหรือหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ (CDCU) และ ทีมตรวจคนเข้าเมือง จ.ระยอง ก็จะต้องถูกดูแลด้วยเช่นกัน

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อสอบสวนโรคอย่างละเอียดพบว่าเรื่องนี้มีความยุ่งยากในการรับทราบข้อมูลบางประเด็น คือ ทีมนี้ได้ขออนุญาตจากสถานทูต และขออนุญาตไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ต่อมาได้มีการหารือกองทัพอากาศ และได้รับการอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทสได้ และกรณีอย่างนี้เกิดขึ้นมาแล้วหลายเที่ยวบิน ตั้งแต่ช่วงที่มีการผ่อนปรนระยะที่ 1

โดยคนกลุ่มนี้เข้าสู่ข้อกำหนด ที่ถือเป็นผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะ ซึ่งจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาตามภารกิจและมีกำหนดการเข้าออกราชอาณาจักรชัดเจน เรื่องนี้มีข้อกำหนดก็คือได้ทำตามข้อมาตรการต่างๆ ข้อหนึ่งไม่ได้มีการต้องการให้ตรวจโรค แต่มีรายงานเข้ามาว่าได้ตรวจจากประเทศต้นทางมาแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อในพื้นที่ทราบเรื่อง ก็ได้รีบติดตามตัวจนถึงที่พักเพื่อขอตรวจหาเชื้อ จนได้รับการปฏิเสธในครั้งแรก และต้องเจรจาผ่านทางสถานทูตอียิปต์จนได้รับความร่วมมือ โดยผลตรวจครั้งแรกมี 1 รายผลการตรวจกำกวม จึงได้ตรวจซ้ำใหม่อีกครั้ง กระทั่งผลตรวจออกมาในวันที่เขาเดินทางกลับออกจากไทยไปแล้ว

อย่างไรก็ตามเมื่อตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะ พบว่ามีผู้ที่อยู่ภายในห้างแหลมทองในช่วงเวลาดังกล่าว จำนวน 394 คน ที่ห้างเซ็นทรัล 1,488 คน และอีก 7 คนตรวจสอบโทรศัพท์ยังไม่ได้ โดยทุกคนจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน และขอให้ปฏิบัติตามขั้นตอนกักตัวอยู่บ้าน 14 วันและติดต่อกลับสาธารณสุข จ.ระยองโดยทันที

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวถึงกรณีที่ลูกสาวอุปทูตประเทศซูดานประจำประเทศไทยติดเชื้อโควิด และคนในครอบครัวได้เข้าพักใน ONE X คอนโดมิเนียม กทม. ว่า จากการสอบสวนโรคทั้ง 5 คนได้ตรวจโรคและไม่พบเชื้อก่อนเดินทางมาถึงไทย กระทั่ง 10 ก.ค. ผู้ป่วยและครอบครัวเดินทางด้วยเที่ยวบิน MZ3277 ถึงไทยเวลา 05.40 น. มีคนไทยร่วมเดินทางมาด้วย 245 คน

เวลาประมาณ 09.25 น. ผู้ป่วยสวมหน้ากากอนามัย เดินทางถึงที่พัก ขึ้นลิฟท์หมายเลข 3 และไม่ได้พูดคุยหรือใช้ลิฟท์ร่วมกับผู้อื่น กระทั่งเจ้าหน้าที่โทรศัพท์มารายงานผลว่าติดเชื้อโควิด จึงได้ประสานให้รถโรงพยาบาลมารับตัวไปรักษาเมื่อเวลา 11.38 น. ส่วนอุปทูตและครอบครัวเข้าพักในคอนโดดังกล่าวช่วงวันที่ 10-11 ก.ค. ทุกคนอยู่ในห้อง ไม่ได้ออกมาใช้บริการสระว่ายน้ำหรือฟิตเนส และมีเพียงผู้เป็นพ่อ ออกมาซื้ออาหาร 1 ครั้ง และลงมาเปลี่ยนรีโมทแอร์ 1 ครั้ง และต่อมา 12 ก.ค. เวลา 04.00 น. ทั้งหมดได้ย้ายไปบ้านพักสถานทูตซูดานที่ซอยสวนพลู

ทั้งนี้จากการสำรวจสภาพสิ่งแวดล้อม ผู้ป่วยพักอยู่ที่ชั้น 19 ของโคดังกล่าว ในภาพรวมมีห้องพักรวม 329 ห้อง แต่มีผู้อาศัยจริง 200 ห้อง เป็นชาวต่างชาติ 70% ในพื้นที่มีลิฟท์ 3 ตัว และคอนโดนี้เคยมีผู้ติดเชื้อโควิดมาแล้ว 2 รายในช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และได้ประกาศมาตรการป้องกันโรคโควิด จำกัดจำนวนคนเข้าลิฟท์ , ทำความสะอาดพื้นผิวสม่ำเสมอ การตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าลูกบ้าน 50% ไม่สวมหน้ากากอนามัย

สำหรับกรณีลูกสาวอุปทูตซูดาน มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในการติดเชื้อโควิด จำนวน 7 ราย คือ คนในครอบครัว 5 ราย คนขับรถ 1 ราย เจ้าหน้าที่สถานทูต 1 ราย ขณะเดียวกันมีผู้ที่สัมผัสมีความเสี่ยงต่ำ 15 ราย คือผู้ที่ใช้ลิฟท์หมายเลข 3 ต่อจากครอบครัวดังกล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวด้วยว่า จากเหตุการณ์ทั้งหมด ที่ประชุม ศบค.คณะเล็กมีมติ 3 เรื่องให้ดำเนินการทันที คือ 1.ทบทวนการผ่อนคลายมาตรการกักกันของบุคคลในคณะทูต โดยเฉพาะคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตร ต้องอยู่ในสถานกักตัวที่รัฐจัดให้ (State Quarantine) เป็นเวลา 14 วัน

2.ให้กระทรวงการต่างประเทศ ยกเลิกการอนุญาตการบินเข้าของเที่ยวบินกองทัพอากาศอียิปต์ที่ได้อนุญาตไปแล้วและอยู่ระหว่างการพิจารณา รวม 8 เที่ยวบิน คือ เที่ยวบินช่วงวันที่ 17-20 ก.ค. และ 25-29 ก.ค.

3.ให้ชะลอการอนุญาตการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรแบบผ่อนคลายมาตรการของคน 3 กลุ่มดังต่อไปนี้ และทบทวนมาตรการควบคุมให้มีความรัดกุมรอบคอบ คือ 1) ผู้ที่มีเหตุยกเว้น หรือได้รับอนุญาตด้วยความจำเป็นขอให้ชะลออกไปก่อน ทั้งในกรณีที่เราเรียนรู้มาก่อนหน้านี้ 2) บุคคลในคณะทูต และ 3) ผู้ไม่มีสัญชาติไทย เข้ามาด้วยข้อตกลงพิเศษ (Special arrangement) หรือกลุ่มนักธุรกิจที่จะเดินทางเข้ามาในระยะสั้น

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในฐานะ ศบค.ต้องเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ และจะพยายามทำให้ดีที่สุด ส่วนคำพูดที่ว่าเจ้าหน้าที่รัฐการ์ดตกเสียเองเป็นเรื่องที่ต้องขออภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น และจะรับมาเป็นข้อปฏิบัติและแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด

“ผมเองก็เสียใจกับคำพูดว่าเจ้าหน้าที่รัฐการ์ดตกเสียเอง เราคุยกันมากเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เราจะต้องขออภัยในสิ่งที่เกิดขึ้น จะรับมาเป็นข้อปฏิบัติและทำให้ดีที่สุด ในชุดข้อต่อเล็กๆ ในจุดที่หละหลวมทุกจุด เป็นความรับผิดชอบของพวกเรา ซึ่งอาจจะไม่ได้ละเอียดในแต่ละข้อต่อ เราเคยคิดว่าลูกเรือจะมาลงเฉพาะสุวรรณภูมิ แต่ปรากฏว่าไปลงที่อู่ตะเภาก็เป็นจุดที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน อย่างไรก็ตามเราเพิ่งผ่อนปรนหลายมาตรการเมื่อวันที่ 1 ก.ค. กระทั่งมาเกิดเหตุวันที่ 9 ก.ค. ถือเป็นเรื่องที่เราเสียใจเป็นอย่างยิ่ง และเราจะทำให้ดีที่สุดหลังจากนี้” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวยืนยันด้วยว่า คณะอุปทูตจากซูดาน ไม่ใช่วีไอพีของรัฐบาลตามที่เป็นปรากฏเป็นข่าว แต่เป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่เพิ่งได้รับการผ่อนปรนเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับทหารอียิปต์ ที่อยู่กลุ่มผู้ควบคุมยานพาหนะที่มีการเดินทางมาแล้วตั้งแต่การผ่อนปรนระยะที่ 1 แต่เพิ่งจะมาเกิดปัญหากับกรณีนี้เป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตามในช่วงเวลา 14 วันนี้คงต้องติดตามดูต่อไปว่ามีผู้ติดเชื้อใน จ.ระยองหรือไม่ พร้อมเชื่อว่าหากยังอยู่ในกรอบการบริหารจัดการได้ ก็ไม่จำเป็นต้องมีมาตรการล็อคดาว จ.ระยองแต่อย่างใด

ส่วนสถานการณ์โควิดประจำวัน ยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 7 ราย มาจากอียิปต์ 6 ราย และสหรัฐอเมริกา 1 ราย โดยมีผู้ป่วยยืนยันสะสมรวม 3227 ราย หายป่วยแล้ว 3091 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 78 ราย และเสียชีวิตคงเดิมที่ 58 ราย

Credit : https://www.isranews.org/article/isranews/90342-isranewss-12.html

- Advertisement -