วันอาทิตย์ 27 กันยายน 2026
หน้าแรก ทั่วไป โวยแล้วโวยอีก…โครงการสร้างระบบระบายน้ำเมืองพัทยา-ขุดถนนเลียบทางรถไฟทำเดือดร้อนนานแรมปี

โวยแล้วโวยอีก…โครงการสร้างระบบระบายน้ำเมืองพัทยา-ขุดถนนเลียบทางรถไฟทำเดือดร้อนนานแรมปี

151

โวยแล้วโวยอีก…โครงการสร้างระบบระบายน้ำเมืองพัทยา-ขุดถนนเลียบทางรถไฟทำเดือดร้อนนานแรมปี โดยมีหลายส่วนดำเนินการแล้วเสร็จแต่ไม่คืนสภาพให้เหมือนเดิม

จากกรณีที่เมืองพัทยา​ ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำถนนเลียบทางรถไฟฝั่งตะวันออก ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี​ โดยว่าจ้างภาคเอกชนเข้าทำการรับเหมาโครงการภายใต้วงเงินงบประมาณ 621 ล้าน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งเดือน ธ.ค. 2563 และสิ้นสุดไปในช่วงกลางเดือน ส.ค.2565 รวมระยะเวลา 600 วัน แต่โครงการมีการหยุดชะงักลงจากกรณีปัญหาการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งทางรัฐได้เยียวยาผู้ประกอบการด้วยการขยายเวลาสัญญา อีกทั้งยังมีปัญหาการใช้พื้นที่ทับซ้อนกับและโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบินที่จะต้องใช้พื้นที่ก่อสร้างทับซ้อนกัน เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างต้องออกแบบปรับผังใหม่ ซึ่งหลักๆจะเป็นการวางท่อระบายน้ำแบบ HDPE ขนาด 2,000 ม.ม. พร้อมบ่อพัก ค.ส.ล.รวมระยะทางกว่า 3.7 กม. โดยโครงการนี้จะเริ่มต้นที่การก่อสร้าง บริเวณใกล้ปากซอยเขาน้อยจำนวน 1 อาคาร งานก่อสร้างวางท่อเหล็กระบายน้ำรับแรงดันขนาด 1.8 เมตร หนา 14 ม.ม. ซึ่งมีความยาวรวมไม่น้อยกว่า 1.5 กม.

โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ทำการขุดเจาะและวางท่อระบายน้ำเป็นระยะเวลานาน แต่จนถึงปัจจุบันการคืนพื้นผิวจราจรกลับเป็นเพียงการกลบหน้าดินพื้นที่ขุดเจาะ 1 ช่องจราจร โดยเทราดแอสฟัลท์ติกส์ เพื่อหวังคืนผิวจราจรเพื่อให้ประชาชนได้ใช้สัญจรชั่วคราว อย่างไรก็ตามสำหรับโครงการดังกล่าวได้สร้างปัญหาและผลกระทบเรื่องวิถีการดำรงชีวิตที่ต้องใช้ถนนเส้นนี้เป็นประจำ ด้วยเพราะโครงการที่จัดทำขึ้นนั้นแม้ว่าจะมีประโยชน์อย่างมากในการป้องกันน้ำท่วมเข้าสู่ฝั่งพัทยา แต่เมื่อมีการขุดเจาะและวางระบบท่อระบายแล้วเสร็จเมืองพัทยาควรที่จะกำชับหรือหารือให้ผู้รับจ้างทำการคืนผิวจราจรในพื้นที่ๆดำเนินการแล้วในหลายช่วงถนนตั้งแต่เลยแยกซอยเขาน้อยไปถึงคลองนาเกลือ

โดยจากการตรวจสอบพบว่าปัจจุบันโครงการดังกล่าวยังคงจัดทำอยู่ เพียงแต่ผิวจราจร 1 ช่องทางจากบริเวณอาคารสถานีสูบน้ำใหม่เพื่อรับน้ำจากฝั่งบนไปปล่อยทิ้งลงคลองสาธารณะนั้น ยังไม่ได้ดำเนินการแก้ไขหรือปรับสภาพผิวจราจรให้กลับคืนมาใช้ได้อย่างปกติเช่นเคย แต่พบว่าสภาพผิวจราจรที่วางท่อระบายและบ่อพักไปแล้วจะเป็นรูปแบบของเพียงการบดอัดและเทราดแอสฟัลท์ที่น่าจะเป็นการชั่วคราวและไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ด้วยหลายจุดยังคงเห็นภาพของยางแอสฟัลท์ที่เกิดการหลุดร่อน ระดับถนนที่มีสภาพสูงต่ำไม่ได้ระดับ หรือมีลักษณะเป็นลูกระนาดตลอดระยะความยาวหลายกิโลเมตร โดยบางช่วงจะมีเพียงการนำแท่งแบริเออร์มาวางกันแนวไว้ ซึ่งกรณีนี้ทำให้ช่องทางจราจรมีความคับแคบ สัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก ด้วยถนนเส้นนี้จะมีผู้คนใช้สัญจรอย่างหนาแน่นทั้งในช่วงเวลาเช้าและเย็น ที่สำคัญจะไม่พบระบบความปลอดภัยทั้งไฟกะพริบ ป้ายและสัญญาณเตือนหรือไฟส่องสว่างในบางช่วงที่ผิวจราจรยังไม่ได้แก้ไข ทำให้ทัศนะวิสัยในการเดินทางเสี่ยงต่ออันตรายเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน ทำให้ที่ผ่านมามีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหายจากอุบัติเหตุจำนวนหลายราย

โครงการนี้เป็นแผนงานสำคัญที่เมืองพัทยาได้เสนอเพื่อรับงบประมาณผูกพันสนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อวางระบบท่อระบายน้ำและสถานีสูบขนาดใหญ่ตามถนนเลียบทางรถไฟตลอดแนว เนื่องจากทุกครั้งที่มีลมพายุฝนฟ้าคะนองและฝนตกเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดมีมวลน้ำจากฝั่งทิศตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกเขตเมืองพัทยา และมีความสูงชันต่างกันถึงกว่า 60 เมตร ส่งผลให้มวลน้ำจำนวนมหาศาลไหลบ่าเข้าสู่เมืองพัทยาจนพบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอยู่เป็นประจำซึ่งเรื่องนี้เป็นที่เข้าใจได้ อย่างไรก็ตามแม้มีความจำเป็นอย่างใดแต่การเปิดหน้างานก็ควรมีการหารือและวางแผนจากทุกภาคส่วนงานให้ครอบคลุมทุกด้าน ในเรื่องทั้งการขุด การฝังแนวท่อ การุดบ่อพัก การกลบ การปรับผิว รวมไปถึงป้ายบอกเส้นทาง บอกระยะ หรือไฟสัญญาณเตือนในระหว่างการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มจนแล้วเสร็จ เพื่อลดปัญหาการร้องเรียน ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ทรัพย์สิน หรือชีวิตของพี่น้องประชาชน รวมไปถึงภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของโลกอย่างเมืองพัทยาอีกด้วย

- Advertisement -