ราคาข้าวหอมมะลิปี 64 ไม่ฟื้น! โควิดฉุดกำลังซื้อคนไทย-นักท่องเที่ยวต่างชาติหาย

58

‘สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย’ คาดราคาข้าวหอมมะลิปี 64 ยังไม่ฟื้นตัว เหตุโควิด-19 ฉุดกำลังซื้อในประเทศ-นักท่องเที่ยวต่างชาติหาย ขณะที่การส่งออกไปต่างประเทศมีอุปสรรค หลังต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นเท่าตัว

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ถึงแนวโน้มราคาข้าวหอมมะลิในปี 2564 ว่า ราคาน่าจะทรงตัวในระดับเดียวกับปี 2563 โดยข้าวสารหอมมะลิที่ขายในประเทศราคาน่าจะอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 24-25 บาท/กิโลกรัม (กก.) เทียบกับปี 2562 ที่ราคาอยู่ที่ 30-35 บาท/กก. ส่วนข้าวสารหอมมะลิส่งออกราคาน่าจะอยู่ที่ 900 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เทียบกับปี 2562 ที่อยู่ที่ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน

“เราผลิตข้าวหอมมะลิได้ 3-4 ล้านตันข้าวสาร ส่งออก 50% กินในประเทศ 50% แต่เมื่อข้าวครึ่งหนึ่งไม่มีคนกิน เพราะโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไทยเคยมี 40 ล้านคนก็ไม่มา คนในประเทศก็ไม่ค่อยมีตังก์ จึงหันไปกินข้าวขาว ข้าวหอมปทุมธานี และข้าวพื้นเมืองที่มีราคาถูกกว่า ดังนั้น ราคาข้าวหอมมะลิจึงไม่ไปไหนเหมือนกับปีที่แล้ว ส่วนข้าวหอมมะลิส่งออกก็เช่นกัน เมื่อราคาเราแพง ผู้ซื้อก็หันไปซื้อจากกัมพูชา เวียดนามที่มีราคาถูกกว่าแทน” ร.ต.ท.เจริญกล่าว

ร.ต.ท.เจริญ กล่าวว่า ราคาข้าวหอมมะลิที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ยังกดดันให้พ่อค้าที่ซื้อข้าวหอมมะลิไปตุนเมื่อปีที่แล้ว ต้องทยอยระบายข้าวออกสู่ตลาด ซึ่งมีผลทำให้ราคาปีนี้เพิ่มขึ้นไม่มาก แม้ว่าจะสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยวแล้วก็ตาม ขณะที่ส่งออกไปตลาดต่างประเทศก็มีอุปสรรค เพราะค่าขนส่งเพิ่มขึ้น เช่น ค่าขนส่งข้าวไปสหรัฐที่เดิมตู้ละ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตอนนี้เพิ่มเป็น 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ถ้าไปฮ่องกงเพิ่มจากตู้ละ 80 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นตู้ละ 630 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นต้น

ข้อมูลจากสมาคมโรงสีข้าวและสมาคมส่งออกข้าวไทย ระบุว่า ณ วันที่ 4 ม.ค.2564 ข้าวเปลือกหอมมะลิแต่ละพื้นที่ราคาอยู่ที่ 11,800-13,300 บาท/ตัน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 16,000-16,900 บาท/ตัน ข้าวสารหอมมะลิราคาอยู่ที่ 24-25 บาท/กก. เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 28.5-30 บาท/กก. ส่วนข้าวหอมมะลิส่งออก ณ วันที่ 23 ธ.ค.2453 ราคาอยู่ที่ 926 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 1,163 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน

นอกจากนี้ ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ ปีการผลิต 2563/2563 ที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้รัฐบาลมีภาระจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างในโครงการประกันรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ในส่วนของข้าวเปลือกหอมมะลิ สูงสุด 2,996.97 บาท/ตัน และในการประกาศราคาอ้างอิงข้าวเปลือกหอมมะลิงวดล่าสุด คือ งวดที่ 8 (21-27 ธ.ค.2563) ราคาอ้างอิงอยู่ที่ 12,535.37 บาท/ตัน ทำให้รัฐบาลมีภาระชดเชยส่วนต่าง 2,464.63 บาท/ตัน

ด้านนายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ระบุว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนม.ค.2564 โดยคาดว่าราคาข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนธ.ค.2563 เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลมีมาตรการคู่ขนานในการดูแลราคา และผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง

ศูนย์วิจัยฯคาดว่า ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ราคาจะอยู่ที่ 8,542 -8,865 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 2.20- 6.07% เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นผู้นำเข้าข้าวอันดับ 1 ของโลก อาจทำให้มีความต้องการข้าวขาวจากไทยเพิ่มขึ้น

ส่วนข้าวเปลือกหอมมะลิราคาจะอยู่ที่ 11,683-11,726 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 5.38-5.76% เนื่องจากภาครัฐมีโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2563/64 เพื่อชะลอข้าวเปลือกไว้ในยุ้งฉางเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร โดยวงเงินสินเชื่อต่อตันของข้าวเปลือกหอมมะลิใกล้เคียงกับราคาตลาด และเกษตรกรได้ผลประโยชน์หากเก็บข้าวเปลือกในยุ้งฉางตนเองจะได้รับค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือกในอัตราตันละ 1,500 บาท

ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ราคาจะอยู่ที่ 10,325-10,651 บาท/ตัน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.03-3.19 เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดูการเก็บเกี่ยว ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง

สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้นไม่เกิน 14.5% ราคาจะอยู่ที่ 7.91-7.99 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.5-1.50% เนื่องจากสิ้นสุดช่วงเก็บเกี่ยวข้าวโพดฤดูฝนในเดือนมกราคม ผลผลิตจึงออกสู่ตลาดน้อย ขณะที่ความต้องการใช้เพื่อผลิตอหารสัตว์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของการส่งออกเนื้อสัตว์

ขณะที่สินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ น้ำตาลทรายดิบนิวยอร์ก ราคาอยู่ที่ 13.79 – 14.22 เซนต์/ปอนด์ (9.19 – 948 บาท/กก.) ลดลงจากเดือนก่อน 1.50-4.50% เนื่องจากคาดการณ์ว่าผลผลิตน้ำตาลของประเทศบราซิลจะเพิ่มขึ้นจากปริมาณฝนที่ตกเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับความแห้งแล้ง ประกอบกับรัฐบาลอินเดียประกาศนโยบายอุดหนุนผู้ผลิตน้ำตาลเพื่อส่งออกมากถึง 6 ล้านตัน ซึ่งจะทำให้สต็อกน้ำตาลของโลกปรับตัวเพิ่มมากขึ้น

ส่วนยางพาราแผ่นดิบ ชั้น 3 ราคาอยู่ที่ 56.85-57.15 บาท/กก. ลดลงจากเดือนก่อน 0.10-0.63% เนื่องจากปริมาณสต็อกยางพาราของประเทศจีนมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาตลาดล่วงหน้าโตเกียวปรับตัวลดลงและค่าเงินบาท มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคายางพาราอาจได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการถุงมือยางเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ และราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

มันสำปะหลัง ราคาอยู่ที่ 2.00-2.06 บาท/กก. ลดลงจากเดือนก่อน 0.48-3.38% เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุด ทั้งนี้ คาดว่าปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังปี 2564 ที่จะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค.2564 มีประมาณ 18.47 ล้านตัน คิดเป็น 61.81% ของผลผลิตทั้งปีการผลิต

ปาล์มน้ำมัน ราคาอยู่ที่ 6.80 – 6.95 บาท/กก. ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อน 0.57-2.72% เนื่องจากความต้องการปาล์มน้ำมันเพื่อนำไปผลิตเป็นไบโอดีเซลที่คาดว่าจะลดลง จากความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ภายในประเทศที่จะส่งผลต่อการใช้พลังงานเพื่อการเดินทางขนส่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ลดลง อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลมีการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ คาดว่าราคากลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นได้

สุกร ราคาอยู่ที่ 68.83 – 70.00 บาท/กก. ลดลงจากเดือนก่อน 0.86-2.52% เนื่องจากสภาพอากาศที่เย็นลงในแหล่งผลิตสุกรที่สำคัญ อาทิ จังหวัดราชบุรี และเชียงใหม่ ส่งผลให้ผลผลิตสุกรออกสู่ตลาดมากขึ้น ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้บางจังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยงเริ่มมีมาตรการล็อคดาวน์ซึ่งอาจทำให้ความต้องการเนื้อสุกรของร้านอาหารและธุรกิจการท่องเที่ยวลดลง

กุ้งขาวแวนนาไม ราคาอยู่ที่ 140.00-145.00 บาท/กก. ลดลงจากเดือนก่อน 3.97-7.28% เนื่องจากสถานการณ์แพกุ้งจ.สมุทรสาครปิดล็อคดาวน์ หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ผู้เลี้ยงกุ้งจำเป็นต้องหาแหล่งระบายผลผลิต ทำให้มีโอกาสถูกกดราคารับซื้อ ประกอบกับความไม่มั่นใจในความปลอดภัยของอาหารทะเลอาจส่งผลให้ความต้องการในตลาดลดลง

Cr : https://www.isranews.org/article/isranews-news/94746-rice-2021-price-Jasmine-rice.html

- Advertisement -