รอโทษจำคุก1 ปี 6 ด.ไว้คนละ 2 ปี! อดีตปลัดฯบ้านแซว-พวก ทุจริตจัดซื้อผ้าห่ม ปี 47

76

เผยความคืบหน้าคดีกล่าวหา ‘เศรษฐศักดิ์ พรหมมา’ อดีตปลัดเทศบาลบ้านแซว เชียงราย -พวก 2 ราย ทุจริตจัดซื้อผ้าห่ม ปี 57 ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ให้รอลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยทั้ง 3 ไว้คนละ 2 ปี แต่ปรับเงินเพิ่มคนละ 2 หมื่นบาท หลังศาลชั้นต้น พิพากษาจำคุกไว้คนละ 3 ปี แต่รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง -ป.ป.ช. ไม่อุทธรณ์สู้ต่อ

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา นายเศรษฐศักดิ์ พรหมมา เมื่อครั้งดำรงปลัดเทศบาลตำบลบ้านแซว อําเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรี ตำบลบ้านแซว และพวก 2 ราย คือ นายพินัย ทิพย์คำ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองช่าง นางสาวพัชโรบล กาวีละ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นักวิชาการพัสดุ ในคดีทุจริตโครงการจัดซื้อผ้าห่มของเทศบาลตำบลบ้านแซว ปีงบประมาณ 2557

ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 (1) (4) และตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2563 ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ที่พิพากษาว่า จำเลยทั้ง 3 ราย คือ นายเศรษฐศักดิ์ พรหมมา จำเลยที่ 1 นายพินัย ทิพย์คำ จำเลยที่ 2 นางสาวพัชโรบล กาวีละ จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157, 162 (1) (4) และตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม ตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ 3 ปี

จำเลย ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน

เป็น พิพากษาแก้ เป็นว่าให้วางโทษปรับ จำเลยทั้งสาม คนละ 40,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษตามมาตรา 78 คนละกึ่งหนึ่ง คงลงโทษปรับคนละ 20,000 บาท

แต่ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี และ คุมความประพฤติ จำเลยทั้ง 3 มีกำหนด 1 ปี

อย่างไรก็ดี สำหรับคดีนี้ ยังไม่สิ้นสุด จำเลยทั้งหมด มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามความเห็นของอัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 162 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการดังต่อไปนี้ในการปฏิบัติการตามหน้าที่

(1) รับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ

(2) รับรองเป็นหลักฐานว่า ได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้ง

(3) ละเว้นไม่จดข้อความซึ่งตนมีหน้าที่ต้องรับจด หรือจดเปลี่ยนแปลงข้อความเช่นว่านั้น หรือ

(4) รับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท

Cr : https://www.isranews.org/article/isranews/94349-investigative00-17.html

- Advertisement -