รู้ทีหลังว่าเอกสารปลอม-ยันบริสุทธิ์! ‘สกุลธร’แจง 6 ข้อคดี จนท.สนง.ทรัพย์สินฯรับสินบน

88

‘สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ ออกแถลงการณ์ชี้แจงปมปรากฏชื่อในคำพิพากษาคดีอดีต จนท.สำนักงานทรัพย์สินฯ รับสินบน 3 ครั้ง 20 ล้านบาท ยันบริสุทธิ์-ตกเป็นผู้เสียหาย เพิ่งมารู้ทีหลังว่าเป็น ‘เอกสารปลอม’ ร่วมมือกับ ตร.สอบสวนเต็มที่จนจับคนทำผิดได้ มีการจ่ายค่านายหน้าลักษณะ ‘ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์’ เป็นไปตามมาตรฐานสากลวิชาชีพ

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2563 สื่อหลายสำนักรายงานตรงกัน อ้างเอกสารแถลงการณ์คำชี้แจงของนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กรณีปรากฏชื่อในคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คดีอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ชื่อเดิม) ปลอมเอกสารการให้เช่าที่ดิน และรับสินบน จำนวน 3 หน้ากระดาษ ระบุว่า ตนอยากชี้แจงสังคมเกี่ยวกับเรื่องที่ดินบริเวณชิดลมว่า ขอยืนยันความบริสุทธิ์และมีประเด็นที่อยากชี้แจง ดังนี้

1.ขอยืนยันว่าไม่เคยรู้จัก นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ (จำเลยที่ 1 คดีดังกล่าว) เป็นการส่วนตัว รวมถึงไม่เคยรู้จักเจ้าหน้าที่ในสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ท่านใดก็ตาม มารู้ว่านายประสิทธิ์คือใครหลังจากตำรวจได้ทำการสืบคดีแล้วเท่านั้น

2.ในปี 2560 ได้รู้จักนายสุรกิจ (ตั้งวิทูวนิช จำเลยที่ 2) ผ่านนายหน้าที่รู้จักอีกท่านหนึ่ง ซึ่งไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกันมาก่อน รวมถึงไม่มีความสนิทสนมใด ๆ ตลอดระยะเวลาในการทำงาน ที่ดินแปลงนี้มีคณะนายหน้าจำนวนหลายท่านได้รวมตัวเข้ามาเสนอที่ดินให้กับตน ดังนั้นการเจรจาต่าง ๆ มีผู้รับรู้หลายท่านเป็นสิ่งที่เปิดเผยมาก และการที่คนที่เพิ่งรู้จักกันมันเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกให้นายสุรกิจนำเงินไปดำเนินการในสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้กับบุคคลที่สามหรือมีลักษณะเรียกเงินเพื่อให้มีการกระทำที่ทุจริตยิ่งเป็นไปไม่ได้

“ขอยืนยันว่าในกรณีนี้ ผมไม่ได้ไปวิ่งหาที่ดินตั้งแต่แรก แต่เป็นนายหน้าเข้ามาเสนอที่ดินให้ โดยผมไม่ได้เป็นผู้มอบหมายให้นายหน้าไปจัดหา เมื่อผมพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความคุ้มค่าในเชิงธุรกิจจึงมีการดำเนินโครงการต่อ” นายสกุลธร ระบุ

3.ทั้งนี้ตลอดการทำงาน ตนเน้นย้ำเสมอถึงความโปร่งใสและการทำงานบนความถูกต้อง โดยมีการระบุลงไปในสัญญาการจ้างอย่างชัดเจนว่า “ในการปฏิบัติงานนายหน้าจะต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ตามข้อบังคับหรือระเบียบต่างๆ และรวมถึงการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานของวิชาชีพของนายหน้า ”

4.ทั้งนี้ตลอดในช่วงระยะเวลาดังกล่าวมีการทำงานหลายขั้นตอนจน Final project development proposal ได้ออกมาเป็นโครงการเป็นลักษณะ Mix-Use ขนาด 160,000 ตารางเมตร ประกอบไปด้วย โรงแรม ศูนย์การค้า สำนักงาน และคอนโดมิเนียม โดยตลอดการทำงานมีการจ้างที่ปรึกษาหลายหน่วยงานเพื่อส่งแผนการพัฒนานี้ มีการทำงานจริง เพราะขณะนั้นเชื่อเพียงว่าการผ่านการพิจารณาได้จะต้องทำโครงการให้มีความโดดเด่นเท่านั้น ดังนั้นการชำระเงินตามที่มีข่าวอออกไป เป็นการชำระค่าจ้างในลักษณะของ real estate consultancy (ค่าที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์) ตามคู่สัญญาการค้าที่มีการระบุในสัญญาตามมาตรฐานธุรกิจทั่วไป โดยแบ่งจ่ายเมื่อแผนงานมีความคืบหน้า ทุกครั้งมีการชำระเงินเป็นเช็คและได้มีการบันทึกใบรับเช็คตามมาตรฐานสัญญาธุรกิจทั่วไป ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบหลีกการตรวจสอบ ในกรณีนี้ได้มีการทำเอกสารราชการปลอมนำมาแสดงกับตนเพื่อยืนยันความคืบหน้าในการทำงานอันจะทำให้มีสิทธิ์ขอเบิกค่าจ้างตามที่สัญญากำหนดไว้ได้ทำให้ตนเกิดความเสียหาย

5.ในวันที่ 16 พ.ย. 2560 ตนได้รับหนังสือจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อเชิญไปนำเสนอแผนพัฒนาโครงการในวันที่ 23 พ.ย. 2560 (ภายหลังทราบว่าเป็นหนังสือที่ได้ถูกปลอมแปลงขึ้นมา) ปรากฏว่า ได้รับโทรศัพท์จากนายหน้าว่าขอยกเลิกการประชุมล่วงหน้า 1 วันก่อนถึงวันประชุม จึงเป็นเหตุที่ทำให้เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงได้ส่งหนังสือถึงสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการเช่าที่ดินแปลงดังกล่าวโดยมีการบันทึกรับเอกสารจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และได้รับหนังสือตอบกลับจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แจ้งว่า ยังไม่มีนโยบายในการหาผู้เช่ารายใหม่แต่อย่างใด จึงได้ยกเลิกสัญญาและส่งหนังสือทวงหนี้ 2 ครั้งตามระบบ จากการที่เราตรวจสอบเอกสารจนค้นพบข้อเท็จจริงทั้งหมดแสดงถึงความบริสุทธิ์ว่า เราไม่มีการไหว้วานใครให้ไปกระทำการที่ผิดกฎหมาย จนทำให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ทำการตรวจสอบและได้ทำการสืบสวนต่อจนทราบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารจนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ และที่ผ่านมาได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่จนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้จากเหตุการณ์นี้

6.ขอยืนยันว่า ตนเป็นผู้เสียหายจากเหตุการณ์นี้ และขอยืนยันในความบริสุทธิ์ ทั้งนี้ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า จากข่าวที่สังคมได้รับนั้นเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของบุคคลอื่น โดยความเป็นจริงแล้วกรณีนี้ตนเป็นผู้เสียหายจากการปลอมแปลงเอกสาร สำหรับสิ่งที่ได้ชี้แจงนั้นได้ถูกปรากฏอยู่ในเอกสารสำนวนสอบสวนตั้งแต่แรก ในส่วนของค่านายหน้านั้นเป็นการตกลงตามมาตรฐานในวิชาชีพตามหลักสากลของธุรกิจนี้ และจะทำการชำระก็ต่อเมื่อได้ทำธุรกรรมจดสิทธิ์การเช่าที่สำนักงานที่ดินให้แล้วเสร็จ

“ข้าพเจ้าขอยืนยันสิ่งที่ชี้แจงมาทั้งหมดเป็นความสัตย์จริง และยืนยันว่าไม่เคยใช้ให้ผู้ใดไปดำเนินการสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามที่เป็นข่าว อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ข้าพเจ้าจะใช้ความระมัดรังวังให้มากยิ่งขึ้นกับการดำเนินธุรกิจต่อไปในภาคหน้า เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาใด ๆ ทั้งกับตนเองและหน่วยงานอื่น” นายสกุลธร ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนี้กองปราบปราม (บก.ป.) ดำเนินการแยกสอบสวนออกเป็น 2 สำนวน โดยสำนวนของผู้รับสินบนนั้น บก.ป. สรุปสำนวนและมีความเห็นควรสั่งฟ้องให้อัยการ โดยอัยการฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ จนศาลมีคำพิพากษาไปแล้ว ส่วนกรณีการให้สินบนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 นั้น อยู่ระหว่างการสอบสวนของ บก.ป.

หมายเหตุ : ภาพประกอบนายสกุลธร จาก https://static.posttoday.com/

Cr : https://www.isranews.org/article/isranews/94246-isranews-696.html

- Advertisement -