คุก 3 ปี 4 ด.! ศาลอุทธรณ์ แก้โทษอดีตนายก อบต.ตาขัน อนุมัติงบแข่งบอลหนองตะแบกคัพมิชอบ

47

ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา ‘ปรีดา หรือ ธนาเทพ สุขกำเนิด’ อดีตนายก อบต. ตาขัน อำเภอบ้านค่าย ระยอง อนุมัติ-เบิกจ่ายงบอุดหนุนโครงการจัดแข่งขันฟุตบอลประเพณีสงกรานต์หนองตะแบกคัพ ครั้งที่ 15 ปี 53 โดยมิชอบ ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้โทษให้จำคุก3 ปี 4 เดือน จากเดิมโดนแค่ 1 ปี

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานข่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา นายปรีดา หรือ ธนาเทพ สุขกำเนิด เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตาขัน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง อนุมัติและเบิกจ่ายเงินอุดหนุนโครงการจัดการแข่งขันฟุตบอลประเพณีสงกรานต์หนองตะแบกคัพ ครั้งที่ 15 ประจำปี พ.ศ.2553 โดยมิชอบ

ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 ศาลอุทธรณ์ แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลย มีความผิดตามมาตรา 151 อีกบทหนึ่ง โดยไม่ปรับบทลงโทษตามมาตรา 157

การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 5 ปี

ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 ว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 152, 157 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 152 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามมาตรา 90 จำคุก 1 ปี นับโทษจำคุกของจำเลยต่อจากโทษจำคุกในคดีหมายเลขแดงที่ อท 465/2560 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

อย่างไรก็ดี สำหรับคดีนี้ ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามความเห็นของอัยการสูงสุด (อสส.) ที่จะไม่ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

สำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

มาตรา 152 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท

มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Cr : https://www.isranews.org/article/isranews/94065-investigative03-2.html

- Advertisement -