‘วรเจตน์’ชนะ! ศาล รธน.ชี้คำสั่ง คสช. 29/57-41/57 เรียกคนรายงานตัวขัดรัฐธรรมนูญ

52

‘วรเจตน์ ภาคีรัตน์’ ชนะ! ศาล รธน.มติเอกฉันท์คำสั่ง คสช. 29/57 เรื่องเรียกคนมารายงานตัว-เสียงข้างมากคำสั่ง คสช. 41/57 ถ้าไม่มารายงานตัวเป็นความผิด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2563 ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเรื่องพิจารณาที่ 12/2563 กรณี กรณีศาลแขวงดุสิต ส่งคำร้องโต้แย้งของจำเลย (นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์นิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์) เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ว่า ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 29/2557 เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวตามคำสั่งของ คสช. ลงวันที่ 24 พ.ค. 2557 และประกาศ คสช. ฉบับที่ 41/2557 เรื่อง กำหนดให้การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัว เป็นความผิด ลงวันที่ 26 พ.ค. 2557 ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ หรือไม่

โดยศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่า กรณีประกาศ คสช. ฉบับที่ 29/2557 เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวตามคำสั่งของ คสช. ลงวันที่ 24 พ.ค. 2557 และประกาศ คสช. ฉบับที่ 41/2557 เรื่อง กำหนดให้การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัว เป็นความผิด ลงวันที่ 26 พ.ค. 2557 เฉพาะในส่วนโทษทางอาญา

โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่า ประกาศ คสช. ฉบับที่ 41/2557 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 ส่วนประกาศ คสช. ฉบับที่ 29/2557 ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เห็นว่า ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรคหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 26 ระบุว่า การตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติเงื่อนไขไว้ กฎหมายดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่เพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ และจะกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลมิได้ รวมทั้งต้องระบุเหตุผลความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพไว้ด้วย

กฎหมายตามวรรคหนึ่ง ต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่ง หรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง

ส่วนมาตรา 29 วรรคหนึ่ง ระบุว่า บุคคลไม่ต้องรับโทษทางอาญา เว้นแต่ได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่บัญญัติไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลากระทำความผิดมิได้

Cr : https://www.isranews.org/article/isranews/93902-isranews-649.html

- Advertisement -