ยืนโทษคุก 2 ปี 6 ด.! อดีตนายกฯท่านา พังงา จ่ายเงินก่อสร้างบ่อน้ำดิบ-โรงเรือนมิชอบ

39

ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา ‘คมกฤช ใจหลัก’ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลท่านา อำเภอกะปง จังหวัดพังงา ตรวจรับงานจ้างเบิกจ่ายเงินก่อสร้างบ่อน้ำดิบพร้อมโรงเรือน ทั้งที่รู้ว่ามีการย้ายที่ตั้งอาคารผิดไปจากแบบแปลนแผนผัง เครื่องสูบน้ำแรงม้าไม่ได้ขนาด ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน

สืบเนื่องจากสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา นายคมกฤช ใจหลัก เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลท่านา อำเภอกะปงจังหวัดพังงา ตรวจรับงานจ้างและเบิกจ่ายเงินค่าจ้างก่อสร้างบ่อน้ำดิบพร้อมโรงเรือน และติดตั้งเครื่องสูบน้ำและวางท่อน้ำโดยรู้อยู่ว่าการก่อสร้างมีการย้ายที่ตั้งอาคารผิดไปจากแบบแปลนแผนผัง และติดตั้งเครื่องสูบน้ำมีแรงม้าไม่ได้ขนาดตามที่กำหนดในสัญญา ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และมาตรา 157 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา

โดยเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2562 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน

ล่าสุด เว็บไซต์สำนักงาน ป.ป.ช. ได้เผยแพร่ความคืบหน้าคดีนี้เพิ่มเติม ระบุว่า เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมลงมติเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 เห็นชอบตามความเห็นของอัยการสูงสุดที่จะไม่ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ทั้งนี้ คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

มาตรา 157 ระบุ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

Cr : https://www.isranews.org/article/isranews/93584-pccnews00-2.html

- Advertisement -