ศาลอุทธรณ์ ยืนโทษคุก15ปี! รศ.ดร.คณะวิทย์ ม.เชียงใหม่ ลักไก่เบิกเงินโครงการให้ตนเอง-เมีย

32

ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา รศ.ดร. บัณฑิต ณ ลำพูน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ระดับ 9 ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เบิกจ่ายเงินโครงการศูนย์บริการข้อมูลเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (RISE-AT) ให้แก่ตนเอง-เมีย ทั้งที่ไม่มีสิทธิ ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนลงโทษจำคุก 15 ปี คืนเงิน 671,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา รองศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต ณ ลำพูน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ระดับ 9 ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เบิกจ่ายเงินโครงการศูนย์บริการข้อมูลเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (RISE-AT) ให้แก่ตนเองและภริยา ทั้งที่ไม่มีสิทธิ

ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญาตาม ป.อ.มาตรา 147 , 151 , 157 และมาตรา 162 (1),(4) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559

ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ว่า จำเลย มีความผิดตามมาตรา 147 , 151 อันเป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่กฎหมายกำหนดโทษไว้เท่ากัน

ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์เป็นของตนเอง ตามมาตรา 147 รวม 3 กระทง จำคุก กระทงละ 5 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 15 ปี กับให้จำเลยคืนเงินจำนวน 671,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

อย่างไรก็ดี สำหรับคดีนี้ ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2563 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในกรณีที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

Credit : https://www.isranews.org/article/isranews/93399-newspcc01.html

- Advertisement -