หนังคนละม้วน!ผลประเมินคุณภาพการศึกษา 2 ‘สารสาสน์’ก่อนดราม่า-เด็กมีพัฒนาการดีมาก

79

“…ด้านผลการจัดการศึกษา พบว่ามีจุดเด่นที่เด็กมีพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา อยู่ในระดับดีมาก เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกายสุขภาพร่างกายแข็งแรง รู้จักหลีกเลี่ยงการกระทำที่นำไปสู่การบาดเจ็บได้ตามวัย มีพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนหรือผู้ใหญ่ที่คุ้นเคย ชื่นชอบและตอบสนองต่อศิลปะดนตรีและการเคลื่อนไหว…”

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แวดวงการศึกษาถูกตั้งคำถามมากมาย จากกรณีปรากฏคลิปวีดีโอ ‘ครูจุ๋ม’ หรือ น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง ครูพี่เลี้ยงประจำชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี ทำร้ายนักเรียนชั้นอนุบาลหลายสิบคน ที่เกิดปรากฏการณ์ไฟลามทุ่งไปอีกหลายประเด็น

โดยเฉพาะกรณีที่ครูและพี่เลี้ยงอย่างน้อย 16 คน ถูกผู้ปกครองแจ้งความเอาผิดรวม 36 คดี

ขณะที่โรงเรียนในเครือเดียวกัน เกิดการรวมกลุ่มกันของผู้ปกครองเพื่อขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด เพราะหวั่นว่าจะเกิดปัญหาในลักษณะเดียวกัน โดยเฉพาะโรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบัวทอง จ.นนทบุรี ที่ถือว่าอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

ยังไม่นับรวมประเด็นข้างเคียงที่เกิดขึ้นตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีที่เกิดขึ้นย่อมกระทบความเชื่อมั่นของผู้ปกครอง ทำให้เกิดคำถามถึงมาตรฐานและคุณภาพของโรงเรียนแต่ละแห่งว่าแท้จริงแล้วมีคุณภาพเป็นอย่างไร

จากการตรวจสอบพบว่า โรงเรียนเหล่านี้จะต้องถูกประเมินคุณภาพภายนอก โดยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ที่จะมีการประเมินทุกๆ 5 ปี และการประเมินรอบล่าสุด เกิดขึ้นระหว่างปี 2554-2558 ส่วนการประเมินครั้งต่อไปจะอยู่ระหว่างปี 2559-2564

และบรรทัดต่อจากนี้ คือผลการประเมินคุณภาพภายนอกของ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ และ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบัวทอง

โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม เมื่อวันที่ 27-29 ม.ค.2557 โดยระดับการศึกษาปฐมวัย มีครู 27 คน และเด็ก 895 คน

ด้านผลการจัดการศึกษา พบว่ามีจุดเด่นที่เด็กมีพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา อยู่ในระดับดีมาก เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกายสุขภาพร่างกายแข็งแรง รู้จักหลีกเลี่ยงการกระทำที่นำไปสู่การบาดเจ็บได้ตามวัย มีพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจ มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนหรือผู้ใหญ่ที่คุ้นเคย ชื่นชอบและตอบสนองต่อศิลปะดนตรีและการเคลื่อนไหว

มีพัฒนาการด้านสังคม รู้จักอดทนรอคอย สามารถปรับตัวเข้ากับสังคม ปฏิบัติตามกฎของห้องเรียนและสถานศึกษา ปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทยและหลักศาสนาที่นับถือ

มีความพร้อมศึกษาในขั้นต่อไป มีทักษะพื้นฐานตามพัฒนาการทุกด้านและมีความรู้พื้นฐานสมวัย มีพัฒนาการด้านสติปัญญา มีทักษะในการสื่อสาร สามารถจำสิ่งต่างๆ ได้ มีสมาธิในการเรียนรู้ รักการอ่านตามวัย มีความพร้อมศึกษาต่อในขั้นต่อไป มีทักษะพื้นฐานตามพัฒนาการทุกด้านและมีความรู้พื้นฐานสมวัย

จุดที่ควรพัฒนา พบว่าเด็กขาดการใช้คำที่ได้เรียนรู้ใหม่ในการสื่อสารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม การโต้ตอบกับผู้อื่นได้เป็นเรื่องราวที่สอดคล้อง ความสามารถถามเนื้อหาสาระของข้อความจากเรื่องราวในหนังสือภาพที่ตนอ่าน การวาดรูป ขีดเขียนเส้นลักษณะต่างๆ เพื่อสื่อความหมาย เขียนและอธิบายสิ่งที่วาดหรือเขียนได้

การใช้ภาษาท่าทางในการสื่อสารพูดคุย บอกความหมายหรือสิ่งที่ควรทำสัญญาณหรือสัญลักษณ์ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ทั้งนี้เด็กขาดความมีวินัยในการมาโรงเรียน การดูแลตนเองให้มีสุขนิสัยที่ดี

สำหรับข้อเสนอแนะเห็นว่า สถานศึกษาดำเนินการพัฒนาเด็กมีวินัยและรู้รับผิดชอบสมวัย สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมได้จนประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่งเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เด็กควรได้รับการพัฒนาเรื่องมารยาทและปฏิบัติตามวัฒนธรรมไทย ปลูกฝังนิสัยการไหว้ การใช้คำพูดที่สุภาพเรียบร้อย โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านมารยาทไทย ในเรื่องการไหว้ พูด ฟัง มากขึ้น

อย่างไรก็ตามสถานศึกษาพัฒนาสุขภาพและสุขนิสัยของเด็กจนประสบผลสำเร็จระดับหนึ่ง นอกจากนี้ควรมีการวัดสมรรถภาพโดยเทียบกับเกณฑ์กรมพลศึกษาเป็นรายบุคคล และนำผลไปพัฒนาเด็ก ตลอดจนส่งเสริมให้ทุกคนรักษาสุขภาพฟัน โดยเฉพาะอนุบาล 3

ด้านการบริหารจัดการศึกษามีจุดเด่นเรื่องผู้บริหารมีความสามารถในการบริหาร จัดระบบการบริหารงบประมาณที่คล่องตัว โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมุ่งเน้นผลงานสนับสนุนให้ผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา สามารถสรรหาคณะกรรมการสถานศึกษามีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ด้านต่างๆ หลากหลาย และประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการสถานศึกษาในการบริหารงานวิชาการ งานบุคคล งบประมาณ และงานทั่วไป จัดสภาพแวดล้อมในอาคารให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ นอกจากนี้สถานศึกษามีผลการส่งเสริมพัฒนาสถานศึกษาเพื่อยกระดับมาตรฐานที่สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการศึกษา ส่วนจุดที่ควรพัฒนา ไม่มี

สำหรับข้อเสนอแนะ เห็นว่า ควรแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการระดับปฐมวัย เพื่อขับเคลื่อนในการจัดทำหลักสูตรให้เหมาะสมกับสถานศึกษาต่อไป นอกจากนี้ควรแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยของสถานศึกษา โดยจัดให้มีการประชุมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และจัดให้มีครูดูแลเด็กอย่างทั่วถึง ตามสัดส่วน 1 ต่อ 15 ทั้งนี้ควรจัดให้เด็กได้แปรงฟันทุกวัน จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย

ด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ไม่มีจุดเด่น และมีจุดที่ควรพัฒนาคือ สถานที่ในการจัดกิจกรรมกลางแจ้งไม่เพียงพอต่อการให้บริการเด็กระดับปฐมวัย เด็กจึงถูกจำกัดให้เรียนและทำกิจกรรมอยู่ในห้องเรียนเป็นส่วนใหญ่ ในการจัดกิจกรรมกลางแจ้งต้องผลัดกันลงสู่สนาม เพราะสนามไม่เพียงพอต่อเด็กระดับปฐมวัยทั้งหมดในการทำกิจกรรมกลางแจ้ง

สำหรับข้อเสนอแนะ ครูควรได้รับการให้เด็กมีวินัยในการเดินทางมาโรงเรียน เนื่องจากเด็กขาดโรงเรียนเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ควรส่งเสริมให้เด็กได้รับการเรียนรู้ด้วยการให้เด็กได้ริเริ่มในการทำกิจกรรมที่มีกติกาหรือข้อตกลงหรือเป็นขั้นตอนได้อย่างสมดุลควรจัดกิจกรรมให้เด็กได้รู้จักสืบค้นหาข้อมูลการเรียนรู้การเปิดโอกาสให้เด็กได้อ่านหนังสือและคุ้นเคยกับหนังสือและในมุมหนังสือควรที่จะมีหนังสือมากขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนั้นครูควรบันทึกและประเมินผลการจัดประสบการณ์เรียนรู้ของเด็กอย่างสม่ำเสมอมีการประเมินพัฒนาการของเด็กที่หลากหลายและต้องมีการจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานอย่างต่อเนื่องโดยให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมปกติ

ด้านการประกันคุณภาพภายใน ไม่มีจุดเด่น และมีจุดที่ควรพัฒนา เรื่องแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยังไม่ครอบคลุมการดำเนินงานตามกฎกระทรวง ขาดการจัดระบบบริหารและสารสนเทศตามระบบบริหารคุณภาพ (PDCA)

สำหรับข้อเสนอแนะสถานศึกษาควรศึกษาแนวทางและวิธีการ จัดระบบสารสนเทศให้ชัดเจน โดยรวบรวมจากรายงานผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในแต่ละปี จากสภาพปัจจุบันและปัญหาหรือจากความต้องการที่จะพัฒนา ให้เป็นระบบ ครบทุกประเด็น จัดทำเป็นหมวดหมู่ ครอบคลุมทั้งงานวิชาการ งบประมาณ บุคคล และงานบริหารทั่วไป

อย่างไรก็ตามเห็นว่า สถานศึกษาได้รับการยอมรับ เชื่อถือ ศรัทธาจากผู้ปกครองและชุมชน อยู่ใกล้แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ผู้ปกครองมีความรู้ความสามารถหลากหลายให้ความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพอย่างเต็มที่ ส่วนปัญหาอุปสรรคคือสถานที่ตั้งอยู่ในเมือง มีการจราจรติดขัดในข่วงเช้าและเย็น

ขณะที่ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศบางบัวทอง ได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม เมื่อวันที่ 20 , 21 และ 24 ก.พ.2557 โดยระดับการศึกษาปฐมวัย มีครู 36 คน เด็ก 1,112 คน

ด้านผลการจัดการศึกษา มีจุดเด่นเรื่องเด็กส่วนใหญ่มีการพัฒนาด้านร่างกายสมวัย มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง รวมถึงมีพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนๆ มีพัฒนาการด้านสังคม มีความซื่อสัตย์ มีพัฒนาการด้านสติปัญญา และมีความพร้อมศึกษาต่อในขั้นต่อไป ส่วนจุดที่ควรพัฒนา ไม่มี

สำหรับข้อเสนอแนะ เห็นว่าเด็กส่วนใหญ่มีพัฒนาการด้านร่างกายสมวัย แต่ควรมีการดูแลให้มีน้ำหนัก ส่วนสูงให้เป็นไปตามเกณฑ์ เช่นเดียวกับพัฒนาการด้านสังคม ควรส่งเสริมให้ได้รับการฝึกทักษะการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดีอย่างทั่วถึงทุกคน

ด้านการบริหารจัดการศึกษามีจุดเด่นเรื่องการจัดการอย่างเป็นระบบครบวงจร บริหารคุณภาพ มีการจัดโครงสร้างองค์กรที่เอื้อต่อการบริหารจัดการ มีการนิเทศการจัดการเรียนรู้ของครู เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็ก บริหารงบประมาณอย่างมีคุณภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้

สถานศึกษามีการนำข้อเสนอแนะจากการประเมินคุณภาพภายนอก มาใช้ในการวางแผนพัฒนาเพื่อให้สู่ความเป็นเลิศ มีการดำเนินงานอย่างเป็นระบบครบวงจรบริหารคุณภาพทุกปี มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงกับหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อกำหนดเป้าหมายการดำเนินการ

สำหรับจุดที่ควรพัฒนา เห็นว่าสัดส่วนครูต่อเด็กไม่เป็นไปตามเกณฑ์ตามที่หน่วยงานต้นสังกัดกำหนด คือ ครู 1 คนต่อเด็ก 30 คน มีเครื่องเล่นสนามไม่เพียงพอกับจำนวนเด็ก รวมทั้งขาดการป้องกันอันตรายจากปลั๊กไฟ ซึ่งไม่มีฝาครอบเพื่อป้องกันเด็กเล่น

สำหรับข้อเสนอแนะสถานศึกษาดำเนินการบริหารคุณภาพมีประสิทธิภาพดีอยู่แล้ว แต่ควรปรับปรุงพัฒนาโดยวางแผนอัตรากำลังให้มีสัดส่วนครูต่อเด็กตามที่กำหนด และควรมีการจัดหา ซ่อมแซม บำรุงรักษาเครื่องเล่นสนามให้มีความปลอดภัยและเพียงพอกับจำนวนเด็ก และจัดหาปลั๊กไฟที่มีฝาครอบเพื่อป้องกันอันตรายในห้องเรียน

นอกจากนั้นควรพัฒนากิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยใช้กิจกรรมที่มีความหลากหลายมากขึ้น เน้นการพัฒนาให้เด็กเกิดการเรียนรู้ผ่านสื่อจากธรรมชาติ และจากประสบการณ์ตรง

ด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีจุดเด่นที่ครูมีการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กด้านร่างกาย อารมณ์และจิตใจ สังคม และสติปัญญา มีการจัดกิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ รวมถึงดูแลให้ได้รับวัคซีนตามเกณฑ์อายุ จัดกิจกรรมศิลปะ การเคลื่อนไหวประกอบจังหวะให้เด็กมีความร่างเริง แจ่มใส และมีการจัดกิจกรรมให้เด็กคุ้นเคยกับหนังสืออย่างต่อเนื่อง ส่วนจุดที่ควรพัฒนา ไม่มี

สำหรับข้อเสนอแนะครูมีความรู้ความสามารถในการจัดประสบการณ์เรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญดีอยู่แล้ว จึงควรพัฒนาสู่การเป็นครูต้นแบบของสถานศึกษาอื่นๆ โดยร่วมกันนำร่องสร้างนวัตกรรมที่โดดเด่นให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน

ด้านการประกันคุณภาพภายใน มีจุดเด่นเรื่องการกำหนดมาตรฐานการจัดการศึกษาสอคดล้องกับหน่วยงานต้นสังกัด มีการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา จัดทำข้อมูลสารสนเทศเป็นปัจจุบัน ดำเนินงานอย่างเป็นระบบครบวงจรบริหารคุณภาพ มีการนิเทศ ติดตามตรวจสอบประเมินผล ส่วนจุดที่ควรพัฒนา ไม่มี

สำหรับข้อเสนอแนะ ควรส่งเสริมให้บุคลากรในสถานศึกษาทุกคนมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาสถานศึกษา มีการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการดำเนินงานตามแผนที่กำหนดไว้ และแต่งตั้งคณะทำงานติดตาม ทบทวน ตรวจสอบการดำเนินงาน โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการติดตาม และประเมินผลด้วย

ทั้งนี้ สถานศึกษาตั้งอยู่ใกล้เรียนรู้ที่สำคัญและเป็นประโยชน์ สามารถนำมาใช้จัดการเรียนรู้ได้ และได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ชุมชน ผู้ปกครอง คณะกรรมการบริหารโรงเรียน ตลอดจนวิทยากรภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นอย่างดี ทั้งนี้มีอุปสรรคเรื่องปัญหาการสัญจรติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน ทำให้การเดินทางมารับและส่งของผู้ปกครองทำได้ลำบาก รวมทั้งมีความเจริญด้านเทคโนโลยีของสังคมเมือง ทำให้บางครั้งเด็กได้ประสบการณ์ที่ไม่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดเป็นเพียงการประเมินที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2554-2558 และเป็นที่น่าจับตาดูต่อไปว่า ในรอบปัจจุบันระหว่างปี 2559-2564 จะมีการประเมินถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงเวลานี้อย่างไร

Credit : https://www.isranews.org/article/isranews-scoop/92677-isrdandfdws-99.html

- Advertisement -