วันอาทิตย์ 19 กรกฎาคม 2026
หน้าแรก การเมือง ไร้หลักฐานได้รับ ปย.! ศาล ปค.สูงสุดเพิกถอนคำสั่งปลดอดีต ผอ.กม.สรรพากรปมโอนหุ้นชินคอร์ป

ไร้หลักฐานได้รับ ปย.! ศาล ปค.สูงสุดเพิกถอนคำสั่งปลดอดีต ผอ.กม.สรรพากรปมโอนหุ้นชินคอร์ป

125

ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาแก้! เพิกถอนคำสั่ง ก.คลัง ปลด ‘วิชัย จึงรักเกียรติ’ อดีต ผอ.สำนักกฎหมาย กรมสรรพากร หลังให้ความเห็นปมรับโอนหุ้น ‘ชินคอร์ป’ ชี้ไม่มีหลักฐานได้รับประโยชน์ จึงไม่เข้าข่ายผิดวินัย ส่งผลให้คำสั่งปลดไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2563 ศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษา คดีที่นายวิชัย จึงรักเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมสรรพากร เป็นผู้ฟ้องคดี และกระทรวงการคลัง กับพวก รวม 2 ราย เป็นผู้ถูกฟ้องคดี กรณีกระทรวงการคลังมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการตามมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และมีคำสั่งลดโทษจากไล่ออกเป็นปลดออกจากราชการ สืบเนื่องจากผู้ฟ้องคดีร่วมกันพิจารณาการรับโอนหุ้น บริษัท ชินคอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) ของนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ โดยรับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่

โดยศาลปกครองสูงสุดพิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลปกครองกลาง (ชั้นต้น) ให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่ 658/2551 ที่ลงโทษนายวิชัยจากไล่ออกจากราชการเป็นปลดออกจากราชการ โดยมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 2549 ซึ่งเป็นวันที่คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับ และมีข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธีการดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา โดยควรคืนสิทธิประโยชน์ที่นายวิชัยพึงมีพึงได้ตามกฎหมายแก่นายวิชัยโดยเร็ว

คดีนี้ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า สำนักงานกฎหมาย กรมสรรพากร ไม่ได้เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบและเรียกเก็บภาษีอากร แต่มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและแนะนำเกี่ยวกับการวินิจฉัยตีความกฎหมาย ประกาศ คำสั่ง ระเบียบที่เกี่ยวกับภาษีอากร ซึ่งการจะพิจารณาว่าการให้ความเห็นในลักษณะใดเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการกระทำผิดวินัยฐานใดหรือไม่ ต้องพิจารณาเจตนาและพฤติการณ์ในขณะที่ผู้นั้นมีความเห็น ซึ่งกรณีที่นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ได้รับโอนหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) จากคุณหญิงพจมาน ชินวัตรนั้น สำนักตรวจสอบภาษีได้พิจารณาว่าการโอนหุ้นดังกล่าวเป็นการยกหุ้นให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณีถือเป็นเงินได้ที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 42 (10)แห่งประมวลรัษฎากร จากนั้นสำนักกฎหมายได้พิจารณาให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าว โดยอ้างอิงแนวความเห็นของกรมสรรพากร และคำพิพากษาศาลฎีกาที่มีความเห็นสอดคล้องกับกรณีที่สำนักตรวจสอบภาษี อีกทั้งไม่ปรากฏพยานใดในสำนวนคดีที่พิสูจน์ได้ว่า นายวิชัยได้รับประโยชน์ที่มิควรได้จากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว

ดังนั้นจึงไม่อาจรับฟังได้ว่าพฤติการณ์ของนายวิชัยเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดและปลัดกระทรวงการคลังมีคำสั่งปลดออกจากราชการนั้นจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อุทธรณ์ของ ป.ป.ช.ไม่อาจรับฟังได้ ศาลปกครองสูงสุดจึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้นดังกล่าว และกำหนดข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางหรือวิธรกสนดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา

อ่านรายละเอียด : https://drive.google.com/file/d/1Nbfy-RDoM-dXlZlD0H8Kh22kmfMy-gsi/view

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ศาลปกครองกลางพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏข้อพิรุธที่บ่งชี้ให้เห็นว่า ผู้ฟ้องคดีได้ติดต่อกับผู้เสียภาษีหรือได้รับความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่เป็นกรณีพิเศษอย่างไร อีกทั้งไม่มีพยานหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า ผู้ฟ้องคดีมีสิ่งใดเป็นมูลเหตุจูงใจเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ การกระทำของผู้ฟ้องคดีจึงฟังไม่ได้ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ หรือปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และกระทำการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงจึงไม่อาจลงโทษทางวินัยตามฐานความผิดดังกล่าวได้ คำสั่งปลดผู้ฟ้องคดีออกจากราชการดังกล่าว จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ป.ป.ช.ในฐานะผู้ร้อง จึงยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุด

Credit : https://www.isranews.org/article/isranews/90975-isranews-307.html

- Advertisement -