แพร่ข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯฉบับ13 จัดม็อบต้องอยู่ภายใต้ กม.-มีมาตรการป้องกันโรค

14

ราชกิจจานุเบกษาแพร่ข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯฉบับ 13 กำหนดมาตรการจัดกิจกรรมชุมนุมต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย-รธน. ต้องมีแนวทางป้องกันโรคตามที่ราชการกำหนด เปิดช่องถ่ายทำภาพยนตร์-สนามชนโค-ชนไก่-กัดปลาได้ตามความเหมาะสม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2563 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 13) โดยระบุสาระสำคัญถึงมาตรการในการจัดกิจกรรมชุมนุม และการเดินทางเข้าออกของบุคคลต่างประเทศ

ข้อกำหนดฯ (ฉบับที่ 13) ตอนหนึ่ง ระบุว่า ข้อ 1 การจัดกิจกรรมร่วมกลุ่ม โดยการจัดให้มีกิจกรรมรวมกลุ่มหรือการใช้สิทธิของประชาชนเพื่อการชุมนุมใด ๆ ย่อมกระทำได้ภายใต้ขอบเขตการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ และให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบจัดกิจกรรมจัดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดด้วย

ข้อ 2 การเปิดดำเนินการสถานที่และกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติม ที่เคยผ่อนคลายหรืออนุญาตให้เปิดดำเนินการไว้แล้ว คงดำเนินการได้ต่อไปภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา รวมทั้งมาตรการป้องกันโรค การจัดระบบและระเบียบต่าง ๆ ตามที่ทางราชการกำหนดไว้คงเดิม ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ เพิ่มเติมสามารถเปิดได้ตามความสมัครใจและความพร้อม เช่น การถ่ายทำรายการโทรทัศน์ เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสนับสนุนส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์

สถานที่ใช้เครื่องเล่น เช่น เครื่องเป่าลม บ้านลม บ้านบอล นอกจากนี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ มีอำนาจพิจารณาอนุญาตให้สนามชนโค ชนไก่ กัดปลา หรือสนามแข่งขันอื่น ๆ ในลักษณะทำนองเดียวกันสามารถเปิดให้บริการได้ตามความเหมาะสมเมื่อมีความพร้อม โดยต้องมีมาตรการป้องกันโรค เงื่อนไข และการจัดระเบียบต่าง ๆ ตามกฎหมาย หากพบว่ามีการกระทำเสี่ยงต่อการแพร่โรค อาจแนะนำ ตักเตือน ห้ามปราม และมีอำนาจกำหนดช่วงเวลาปรับปรุงแก้ไข และมีอำนาจสั่งปิดสถานที่ไว้ชั่วคราวต่อผู้ฝ่าฝืนได้

ข้อ 3 การกำหนดผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเพิ่มเติม โดยให้คนต่างด้าวซึ่งมีใบสำคัญถิ่นอยู่ในราชอาณาจักร ตลอดจนคู่สมรส และบุตรของบุคคลดังกล่าว และผู้ไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งมีใบอนุญาตทำงาน หรือได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงาน ตลอดจนคู่สมรส และบุตรของบุคคลดังกล่าว หรือแรงงานต่างด้าวที่นายจ้างอนุญาตให้นำเข้ามาทำงาน รวมถึงผู้ไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งได้รับอนุญาตเดินทางเข้าไทยตามข้อตกลงพิเศษ (Special Arrangement) ระหว่างหน่วยงานของรัฐไทยกับต่างประเทศ หรือบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ได้รับอนุญาตจากนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยได้ อย่างไรก็ดีต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข เงื่อนเวลา หลักเกณฑ์และมาตรการป้องกันโรค

อ่านรายละเอียดฉบับเต็ม : http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/174/T_0077.PDF

Credit : https://www.isranews.org/article/isranews/90827-isranews-291.html

- Advertisement -