จับแล้ว 8 ตร.ลูกน้อง’บิ๊กโจ๊ก’เอี่ยวพนันออนไลน รอง ผบ.ตร.ขู่ฟ้องกลับโดนบุกค้นบ้าน

38

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สำนักกฎหมาย เผยผลค้นบ้านบิ๊กโจ๊กยังไม่พบหลักฐานเกี่ยวเว็บพนันออนไลน์ แต่พบข้อมูล 8 ตำรวจลูกน้องบิ๊กโจ๊กมีส่วนเกี่ยวข้องเว็บพนันถูกจับกุมแล้ว -ด้านบิ๊กโจ๊กเผยหมายค้นไม่สุจริต ขู่ฟ้องกลับแน่ ลั่นไม่มีละเว้นลูกน้อง ถ้าทำทำผิดก็ต้องจับ ส่วน ‘เศรษฐา’ เผยรับรายงานแล้วแต่ยังไม่ได้ขยายผล

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานข่าวความคืบหน้ากรณีตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านพัก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บริเวณหมู่บ้านย่านวิภาวดีรังสิต กทม. หลังพบมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับพนันออนไลน์

ในช่วงบ่ายวันที่ 25 ก.ย.พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี(ผบช.กมค.) เปิดเผยกรณีการระดมกำลังกวาดล้างเครือข่ายแก๊งพนันออนไลน์ ที่ได้เข้าค้นรวม 30 จุดใน 6 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้ต้องหาร่วม 23 คน เป็นตำรวจซึ่งเป็นทีมงานของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. 8 นาย ว่า คดีนี้ตำรวจนครบาล 5 จะรับผิดชอบดูแลสำนวนคดีการสอบสวน เนื่องจากย้อนไปเมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มีการแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ขณะนี้สามารถติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 17 คน จากทั้งหมด 23 คน ในจำนวนนี้เป็นตำรวจ จับกุมครบแล้ว 8 นาย ยังขาดพลเรือนอีก 6 คน (ดูภาพประกอบ)

สำหรับตำรวจ 8 นายประกอบไปด้วย

1.พล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผู้บัญชาการศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล

2.พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย ผู้กำกับการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี

3.พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัยรองผู้บังคับการ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4

4.พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ ผู้กำกับการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา

5.พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ รองผู้กำกับการสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ

6.พ.ต.ต.ชานนท์ อ่วมทร นายตำรวจติดตาม รองผบ.ตร.

7.ส.ต.อ.ณัฐวุฒิ หวัดแวว ผู้บังคับการหมู่งานสายตรวจ 1 กองบังคับการ 1 กองบัญชาการตำรวจจราจร

8.ส.ต.อ.อภิสิทธิ์ คนยงค์ ผู้บังคับการหมู่ (ป.) สภานีตำรวจภูธรบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

ส่วนขั้นตอนจากนี้ จะติดตามจับกุมกลุ่มที่เหลือ โดยพนักงานสอบสวนจะทำบันทึกจับกุมแล้วคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาล สำหรับการประกัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่รับรายงานคำให้การของผู้ต้องหา แต่ยืนยันว่าชุดปฏิบัติการ มีหลักฐานดำเนินคดี ซึ่งได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานมานานกว่า 2 เดือนจนทราบแหล่งที่พักอาศัยของผู้ต้องหา ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีการขอหมายค้นจากศาล ตรวจค้นบ้านพักในหมู่บ้านรวม 4-5 หลัง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย และหลังหนึ่งที่ตรวจค้น ชื่อผู้ครอบครองไม่ใช่ รอง ผบ.ตร.

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ยังต้องรอรายงานผลการตรวจค้นว่าได้พยานหลักฐานใดเพิ่มเติม จากนี้หากพบพยานหลักฐานจะขยายผลสืบสวนจับกุมต่อไป

ส่วนกรณี รอง ผบ.ตร.ตั้งทีมกฎหมายเพื่อเตรียมดำเนินคดีกลับต่อชุดจับกุม ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนและรวบรวมพยานหลักฐานเพียงพอจนนำไปสู่การออกหมายจับ

@บิ๊กโจ๊กลั่นหมายค้นไม่สุจริต ขู่ฟ้องกลับ ยันไม่รู้จักเจ้าของเว็บพนัน

ขณะที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านทั้ง 5 หลังหลังสโมสรตำรวจ ซอยวิภาวดีรังสิต 60ว่าการขอหมายค้นในครั้งนี้นั้นแจ้งกับศาลเพียงเเค่บ้านเลขที่เท่าไหร่ แต่ไม่ได้บอกศาลว่าเป็นบ้านของใครโดยที่ตำรวจหลายนายนั้นรู้อยู่แล้วว่าเป็นบ้านของตน แต่ว่าไม่เป็นไรเมื่อมีหมายมาเเล้วก็ต้องให้ค้นเพียงแต่ว่าต้องมีตำรวจชั้นผู้ใหญ่ร่วมในการตรวจค้นด้วย

“เมื่อค้นก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ ในการตรวจค้นบ้านของตำรวจชั้นผู้ใหญ่นั้นจะต้องมีพยานหลักฐานในกรณีนี้จะต้องมีเส้นทางการเงินที่ผิดกฏหมาย แต่นี้กลับไม่มีเส้นทางการเงินมาถึงผมเลยสักเส้นเดียวเพราะฉะนั้นในส่วนของการดำเนินการทั้งหมดนั้นผมจะมาไล่ดำเนินคดีทั้งหมด” รอง ผบ.ตร.กล่าว

รอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่าส่วนตำรวจทั้งหมดที่ถูกออกหมายจับ ก็เป็นลูกน้องของตนทั้งหมด ก็จะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์หรือไม่ ถ้าลูกน้องก็ทำผิด ก็ต้องจับ คนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ลูกน้องที่ถูกจับก็ต้องไปอธิบายให้ได้ว่า เกี่ยวข้องกับเว็บพนันหรือไม่

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งหมดก็ไม่เกินเรื่องการเมืองในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากโดนดำเนินคดีก็ต้องโดนแต่ก็ต้องเชื่อมั่นลูกน้อง เพราะเป็นชุดทำงานเดียวกันต้องให้ความเป็นธรรม หากการสืบสวนสอบสวนแล้วพบว่า ผิดจริงต้องดำเนินคดีอาญา คนไหนถ้าผิดตนไม่ปกป้อง สำหรับตนนั้น วันนี้ยังหาคนสั่งการตรวจค้นไม่ได้ เรื่องนี้ใครทำต้องรับผิดชอบ เป็นการดิสเครดิตและทำให้ตนเองเสียชื่อ เรื่องแบบนี้เจอมาเยอะแล้วและเตรียมตัวรับแรงกระเเทกแบบนี้แล้วเช่นเดียวกัน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่ายอมรับทำคดีเยอะ และไปเกี่ยวพันกับตำรวจเยอะทั้งเส้นทางการเงิน และการออกหมายจับตำรวจอีกหลายคน เข้าค้นอีกหลายส่วน เป็นธรรมชาติที่ต้องรับแรงกดดัน ส่วนกรณีมีการโอนเงินไปให้ลูกน้องนั้น ก็เป็นการโอนให้ลูกน้องจ่ายค่าไฟ 1 หมื่นกว่าบาท ไม่ได้ให้เจ้าของเว็บพนันมาจ่ายให้ ถ้ามีเส้นทางการโอนเงินเข้ามา 10-20 ล้าน ค่อยว่าไปอย่าง

“กรณีที่มีคลิปที่ผมร้องเพลงคู่กันกับ ‘มินนี่’ เจ้าของเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่นั้น ผมรู้มานานแล้วว่าจะมีการนำเอาคลิปนี้นั้นมาทำการดิสเครดิตผม และบอกว่าผมไม่ได้รู้จักเลย ว่าผู้หญิงที่มาร้องเพลงด้วยนั้นเป็นใคร” พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าว

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อว่าว่าวันนั้นเป็นงานเลี้ยงลูกน้องของตนโดยมีตนเป็นเจ้าภาพ แต่ว่าการที่ใครจะนำคนนอกเข้ามาในงานนั้นตนไม่ทราบ และกล่าวว่าส่วนตัวไม่ได้รู้จักหรือมีการติดต่อตัวของ ‘มินนี่’ แต่อย่างใดเลยส่วนในเรื่องที่มีภาพออกมาว่าลูกน้องของตนนั้นมีการไปโอบกอดตัวของ ‘มินนี่’ อย่างสนิทสนมนั้น ทางลูกน้องนั้นก็ต้องไปตอบให้ได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร หากเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดก็ต้องดำเนินคดี

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ได้ท้อแท้ ยังออกมาทำงานตามปกติ เบื้องต้น สิ่งที่ออกมาในวันนี้ไม่ได้กระทบการทำงานของนแต่อย่างใดตราบใดที่ศาลยังไม่พิพากษา ก็ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ต้องว่าไปตามกระบวนการพยานหลักฐาน ส่วนประเด็นที่นายอัจฉริยะจะออกมาแฉ ถ้าไม่ใช่ความจริงก็จะดำเนินคดีกลับไป ซึ่งส่วนตัวก็ได้มีการดำเนินการฟ้องนายอัจฉริยะอยู่แล้วที่ศาลอาญาเรื่องของการหมิ่นประมาท

@เศรษฐาแจงรับรายงานแล้ว แต่ยังไม่ขยายผล

สำนักข่าวอิศรารายงานข่าวเพิ่มเติมว่าก่อนหน้านี้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้สัมภาษณ์กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นบ้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ว่าตอนนี้ได้รับรายงานแล้ว แต่ยังไม่มีการขยายผล โดย พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อยู่ระหว่างการดำเนินการสืบสวนสอบสวนอยู่ แต่คิดว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการด้วย เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่มาก

เมื่อถามว่า เบื้องต้นนายกรัฐมนตรีได้สั่งการอย่างไรหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ยังไม่ได้สั่งการ เพราะยังสั่งไม่ได้ เนื่องจากยังไม่ทราบข้อมูลทั้งหมด แต่ได้มีดำริไว้กับที่ปรึกษาไว้ว่าน่าจะมีการตั้งคณะกรรมการที่มีบุคคลที่ไม่ใช่ข้าราชการตำรวจร่วมอยู่ด้วย เพราะปัญหานี้เรื่องใหญ่มากแล้ว ผูกพันกับหลายๆ เรื่อง ทั้งนี้ต้องขอดูข้อมูลอีกที และต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องขวัญและกำลังใจของพี่น้องประชาชนด้วย

เมื่อถามว่า ถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวนโยบายในการกวาดล้างผู้มีอิทธิพลด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แน่นอน ควบคู่กับการที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พูดด้วย ซึ่งก็ต้องดูด้วย แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เมื่อถามย้ำว่า จะเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้วยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่แน่ใจ อาจจะต้องดูความเกี่ยวข้องทั้งหมด ส่วนการพิจารณาชื่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่นั้น ตามกำหนดการเป็นวันที่ 27 ก.ย. 2566 จะมีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)

Cr : https://www.isranews.org/article/isranews-news/122277-isranews-BigJokelll.html

- Advertisement -