คำพิพากษาศาลฎีกาฯคุก 1 เดือน รองนายก อบจ.มุกดาหาร ปกปิดทรัพย์สิน-รอลงโทษ 1 ปี

39

คำพิพากษาศาลฎีกาฯ ฟันรองนายก อบจ. มุกดาหาร จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ ป.ป.ช. 3 ครั้ง ไม่แสดงเงินฝาก ที่ดิน รถยนต์ เงินกู้ ตัวเอง-เมียหลายรายการ ห้ามดำรงตำแหน่งการเมือง 5 ปี ลดโทษเหลือ จำคุก 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท รอลงโทษ 1 ปี

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 1 ก.ค. 2563 เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ผู้ร้องรายนายบุญรู้ บุตดีวงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มุกดาหาร อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริง ที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้นกรณีเข้ารับตำแหน่ง กรณีพ้นจากตำแหน่งและกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี พิพากษาห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2556 จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท โทษจำคุก ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี รายละเอียดดังนี้

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้นกรณีเข้ารับตำแหน่ง กรณีพ้นจากตำแหน่งและกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปีในการดำรงตำแหน่งรองนายก อบจ.มุกดาหาร ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหา กับลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81, 167 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ

ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองนายก อบจ. เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2556

ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องกรณีเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2555 โดยไม่แสดงรายการทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหา ได้แก่ เงินฝากธนาคาร 1 บัญชี ที่ดิน 3 แปลง รถยนต์ 1 คัน ไม่แสดงรายการหนี้สินของผู้ถูกกล่าวหา ได้แก่ เงินกู้ธนาคาร 1 บัญชี ไม่แสดงรายการทรัพย์สินของ นางเลขา บุตรดีวงศ์ คู่สมรส ได้แก่ เงินฝากธนาคาร 2 บัญชี เงินลงทุน 1 รายการ ไม่แสดงรายการหนี้สินของคู่สมรส ได้แก่ เงินกู้ธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 3 บัญชี ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง

กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2556 โดยไม่แสดงรายการทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหา ได้แก่ เงินฝากธนาคาร 1 บัญชี ที่ดิน 3 แปลง รถยนต์ 1 คัน ไม่แสดงรายการหนี้สินของผู้ถูกกล่าวหา ได้แก่ เงินกู้ธนาคาร 1 บัญชี ไม่แสดงรายการทรัพย์สินของคู่สมรส ได้แก่ บัญชีเงินฝากธนาคาร 2 บัญชี รายการเงินลงทุน 1 รายการ ไม่แสดงรายการหนี้สินของคู่สมรส ได้แก่ เงินกู้ธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 3 บัญชี และผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปีเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557 โดยไม่แสดงรายการทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหา ได้แก่ ที่ดิน 3 แปลง รถยนต์ 1 คัน ไม่แสดงรายการหนี้สินของผู้ถูกกล่าวหา ได้แก่ เงินกู้ธนาคาร 1 บัญชี ไม่แสดงรายการทรัพย์สินของคู่สมรส ได้แก่ เงินฝากธนาคาร 3 บัญชี เงินลงทุน 1 รายการ ไม่แสดงรายการหนี้สินของคู่สมรส ได้แก่ เงินกู้ธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 4 บัญชี สำหรับกรณีเข้ารับตำแหน่งขาดอายุความทางอาญาแล้ว

พิพากษาว่า นายบุญรู้ บุตดีวงศ์ ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ กรณีเข้ารับตำแหน่งและกรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายก อบจ.มุกดาหาร ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 32 และมาตรา 33 ห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2556 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2542 มาตรา 34 วรรคสอง กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 119 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบกรณีพ้นจากตำแหน่ง จำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี คำขออื่น นอกจากนี้ให้ยก. (คดีหมายเลขแดงที่ อม.143/2562 วันที่ 30 พฤษภาคม 2562)

Credit : https://www.isranews.org/article/isranews-news/90159-news-120.html

- Advertisement -