วันเสาร์ 13 มิถุนายน 2026
หน้าแรก การเมือง คุก 166 ปี 510 ด. โดนจริง 50! อดีตจนท.อาวุโส กรุงไทย กระบี่ ยักยอกเงินบัญชีฝากลูกค้า

คุก 166 ปี 510 ด. โดนจริง 50! อดีตจนท.อาวุโส กรุงไทย กระบี่ ยักยอกเงินบัญชีฝากลูกค้า

53

ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าคดีชี้มูล ‘รัตนา โรจน์พัฒนสุข’ อดีตจนท.อาวุโส ธ.กรุงไทย สาขาคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ยักยอกเงินในบัญชีฝากลูกค้าไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 พิพากษา ลงโทษจำคุกสองฐานรวม 166 ปี 510 เดือน แต่โดนจริง 50 ปี เจ้าตัวรับสารภาพ

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าคดีชี้มูลกล่าวหา นางรัตนา โรจน์พัฒนสุข เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่อาวุโสบริการลูกค้าธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ยักยอกเงินในบัญชีเงินฝากของลูกค้าไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว

ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 , 268 ประกอบมาตรา 90 และมาตรา 91 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4 และมาตรา 11 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2563 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 264 วรรคแรกและวรรคสอง, 265 และ268 วรรคแรกและวรรคสอง และจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4 และมาตรา 11

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ป.อ.มาตรา 91 ประกอบมาตรา 90 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ จำคุกกระทงละ 5 ปี ฐานเป็นพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตกระทงละ 1 ปี

จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกฐานแรก รวม 83 กระทง 166 ปี 498 เดือน จำคุกฐานที่สองรวม 12 เดือน รวมทั้งสิ้น 166 ปี 510 เดือน

แต่อัตราโทษสำหรับความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปีขึ้นไปต้องด้วยมาตรา 91 (3) คงจำคุกทั้งสิ้น 50 ปี

ยกคำขอให้จำเลยคืนเงินเพราะจำเลยวางเงินต่อศาลแล้ว

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 21 พ.ค.2563 ลงมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8

ทั้งนี้คดียังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

สำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264 ระบุว่า ผู้ใดทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใด ๆ ในเอกสารที่แท้จริง หรือประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้ใดกรอกข้อความลงในแผ่นกระดาษหรือวัตถุอื่นใด ซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของผู้อื่นนั้น ถ้าได้กระทำเพื่อนำเอาเอกสารนั้นไปใช้ในกิจการที่อาจเกิดเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือประชาชน ให้ถือว่าผู้นั้นปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน

มาตรา 265 ระบุว่า ผู้ใดปลอมเอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท

มาตรา 268 ระบุว่า ผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 264 มาตรา 265 มาตรา 266 หรือมาตรา 267 ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ

ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นผู้ปลอมเอกสารนั้น หรือเป็นผู้แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความนั้นเองให้ลงโทษตามมาตรานี้แต่กระทงเดียว


Credit : https://www.isranews.org/article/isranews/90129-news01-19.html

- Advertisement -