สหภาพแรงงงานฯ กฟภ. อัดหนัก โบ้ย “แพะรับบาป” สังเวยโครงการฉาว “สถานีไฟฟ้าปัตตานี 2”

120

สหภาพแรงงงานฯ กฟภ. อัดหนัก โบ้ย “แพะรับบาป” สังเวยโครงการฉาว “สถานีไฟฟ้าปัตตานี 2”

ไม่ผิดไปจากที่สมาคมสมาพันธ์นักข่าว (แห่งประเทศไทย) ตั้งข้อสังเกตไว้จากบทสรุปในรายงานของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กรณีฉาวโฉ่ “โครงการจ้างเหมาก่อสร้างสายส่ง ระบบ 115 เควี ช่วง สถานีไฟฟ้าปัตตานี 2 – สถานีไฟฟ้าสายบุรี จ.ปัตตานี มูลค่า 125 ล้านบาท” ที่ได้ บริษัท บูรพา เทคนิคอล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง

(อ่านเพิ่มเติม) ผลสอบ กฟภ. เอกชนทิ้งงาน สถานีไฟฟ้าปัตตานี 2 โบ้ยแพะรับบาป โครงการเจ๊ง แต่ไม่พบความเสียหาย!?

โบ้ยแพะรับบาป …!!? 

อ้างกฎหมาย อุทธรณ์ ไม่ได้ …!!?

โครงการ “เจ๊ง” แต่ไม่เสียหาย …!!?

นี่คือบทสรุปจากรายงานของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงชุดนี้ ที่สมาคมสมาพันธ์นักข่าวฯ ถอดรหัสอกมาได้ แม้จะรายงานจะไล่เรียงความเป็นมาของโครงการตั้งแต่ต้นจนจบ ยาวถึง 38 หน้า แต่บทสรุปกลับน่าใจหาย

และก็เป็นอย่างที่สมาคมสมาพันธ์นักข่าวฯ ตั้งข้อสังเกตไว้ โดยล่าสุด สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (สร.กฟภ.) มีความเห็นต่อรายงานชิ้นนี้ไม่ต่างกัน แถมอัดหนักไปยังฝ่ายบริหาร กฟภ. ตามหนังสือของ สร.กฟภ. ที่ สร.กฟภ.(ปธ) 707/2565 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 ถึงผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (นายศุภชัย เอกอุ่น)

เรื่อง ขอให้ กฟภ. ชีเแจงข้อเท็จจริงกรณี กฟภ.สั่งลงโทษตักเตือนพนักงาน กฟภ. 2 คน ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท บูรพาเทคนิคอล เอ็นจิเนี่ยริ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ทิ้งงานสายส่งไฟฟ้า 115 เควี จำนวนเงิน 125 ล้านบาท ขัดแย้งกับข้อเท็จจริง

หนังสือของ สร.กฟภ. ระบุไว้อย่างน่าสนใจในข้อ 3. ข้อพิจารณาและข้อเสนอแนะ ดังนี้คือ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ กฟภ.ซึ่งเป็นองค์กรต้นเรื่อง ต้องออกมาชี้แจงแสวงหาข้อเท็จจริงและรายละเอียดต่างๆ พร้อมทั้งแสดงความรับผิดชอบ เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย สำหรับในเรื่องนี้ สร.กพภ. พิจารณาแล้ว มีความเห็น ดังนี้

3.1 การที่ กฟภ. มีคำสั่งลงโทษพนักงาน 2 คน มันย้อนแย้งกับข้อเท็จจริงที่ทั้ง 2 คน ได้ให้ความเห็นไว้ ในที่ประชุมแล้วนั้น จึงนำไปสู่ประเด็นสงสัยคือ

3.1.1 คำสั่งลงโทษพนักงาน กฟภ. 2 คน ที่อ้างว่า ไม่รอบคอบ ไม่ศึกษารายละเอียด เป็นเพียงข้ออ้าง เพื่อหาเหตุในการลงโทษเท่านั้น ทั้งที่เขาเหล่านั้นไม่ได้มีพฤติกรรมกระทำให้ กฟภ. เสียหาย เห็นควรให้ กฟภ. ทบทวนและยกเลิกคำสั่งลงโทษ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กลับคืนมา

3.1.2 ทำไมจึงเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น ในช่วงที่ กฟภ. มีข้อพิพาทกับบริษัท บูรพาฯ ในประเด็นการเป็นผู้ทิ้งงาน จนทำให้มีงานค้างงานไม่แล้วเสร็จ ทั้งเรื่องการปักเสาพาดสายส่งระบบ 115 เควี สถานีไฟฟ้าย่อยไม่ได้ใช้งาน การเชื่อมโยงระบบจำหน่ายแรงสูงและแรงต่ำและอื่นๆ เกิดความเสียหายกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งเรื่องความมั่นคงของระบบความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน และความเสียหายที่เกิดกับ กฟภ. ทั้งหมดนี้ ถามว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

3.1.3 หากการสร้างประเด็นและเงื่อนไขใหม่มา เพื่อต้องการกลบกระแสในเรื่องความเสียหายนั้น จึงน่าจะมีนัยยะแอบแฝง เช่น ต้องการเบี่ยงเบน หรือหาบันใดลง หรือลดกระแสความขัดแย้ง แม้แต่สร้างตัวละคร (แพะ ให้มาเป็นผู้รับผิดชอบ (สังเกตได้จากคำสั่งที่ลงโทษนั้น ไม่สมเหตุสมผลกับเรื่องที่เกิดขึ้นถึงแม้จะพยายามสร้างประเด็นใดก็ตาม ก็ไม่ทำให้สังคมคล้อยตามได้ เพราะเราเชื่อว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ กฟภ.นั้น ส่วนเกี่ยวข้องได้ดำเนินการนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบแล้ว สร.กฟภ. จะติดตามความคืบหน้าต่อไป

3.2 ถึงแม้ว่าพนักงานทั้ง 2 คน จะไม่ได้ออกมาตีโพยตีพายว่าเขาถูกกลั่นแกล้งและไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่สิ่งที่ผู้บริหาร กฟภ.ควรตระหนักก็คือ คุณธรรม ความถูกต้อง และกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน เพราะ กฟภ.เป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีบุคลากรจำนวนมากทั่วประเทศ มีทรัพย์สินเป็นแสนล้าน มีชื่อเสียงในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทำหน้าที่ให้การบริการมาอย่างยาวนาน จะกระทำการใดต้อง รอบคอบ โปร่งใส

อย่าทำให้สังคมคิดไปเองว่า ผู้บริหาร กฟภ. กำลังทำเพื่อองค์กร หรือฟอกผิด หรือการันตีความถูกต้องให้คู่กรณี

3.3 สร.กฟภ. เสนอให้ผู้มีอำนาจจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาการเป็นผู้ทิ้งงาน ภายใต้ กติกา ระเบียบข้อบังคับ การจ้างงาน ให้เป็นรูปธรรม จะได้ไม่ซ้ำซ้อนมีผู้รับผิดชอบโดยตรงในการออกคำสั่ง ไม่ใช่มาเสาะหาคนรับผิดชอบในภายหลัง

ต่อเรื่องนี้ นายพรพิรุณ หวลคนึง เลขาธิการ สร.กฟภ. กล่าวกับสมาคมสมาพันธ์นักข่าวฯ ว่า เรื่องนี้ สร.กฟภ.ให้ความสนใจ โดยได้ทำหนังสือสอบถามไปยังผู้ว่าฯ กฟภ. แต่ยังไม่ได้รับคำตอบมาแต่อย่างใด แต่ในเดือนหน้ามีโอกาสได้พบกันก็จะถามถึงเรื่องนี้ให้ได้ความชัดเจนมากขึ้น เพราะ สร.กฟภ.มองตรงข้ามกับรายงาน คือเรื่องนี้มีความเสียหายเกิดขึ้นแน่นอน เพราะโครงการไม่เสร็จ ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับบริการตามเป้าหมาย และยังเป็นเรื่องของความมั่นคงทางด้านพลังงานด้วย

อย่างไรก็ตาม สร.กฟภ.กำลังศึกษาของกฎหมายอยู่ว่า สามารถพึ่งศาลปกครองได้หรือไม่ เพราะจากข้อกล่าวอ้างของฝ่ายกฎหมาย กฟภ.ที่ว่า ไม่สามารถอุทธรณ์ได้นั้น ยังน่าแคลงใจอยู่มาก ขณะที่รายงานชิ้นนี้จะเป็นเรื่องการฟอกขาวให้กับผู้บริหารชุดเดิมที่เกี่ยวข้องต่อ ป.ป.ช.หรือไม่นั้น คงต้องติดตามกันต่อไป นายพนพิรุณ กล่าวทิ้งท้ายกับสมามคมสมาพันธ์ฯ

ทั้งสมาคมสมาพันธ์นักข่าวฯ ทั้ง สร.กฟภ. และสื่ออื่นๆ ที่ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง ต่างก็พบประเด็นข้อแคลงใจไปในทิศทางเดียวกัน หรือทั้งบอร์ดและฝ่ายบริหาร กฟภ. ชุดปัจจุบัน จะปล่อยให้เรื่องนี้จบแบบลอยนวลกันถ้วนหน้า หรือเรื่องจะต่อยอดไปถึงมือ ป.ป.ช .เป็นปัตตานี 2 อีกหนึ่งภาค ….

  

 

- Advertisement -